Welcome to Ribbee Kumabee Ukulele Online Shop

News — Ukulele

RSS
Flight Travel Series อูคูเลเล่ราคาดี คุณภาพดีเกินราคาไปไกล

Flight Travel Series อูคูเลเล่ราคาดี คุณภาพดีเกินราคาไปไกล

เมื่อหลายปีก่อน ผมพบกับอูคูเลเล่ที่สวยงาม เล่นง่าย เสียงดัง และมีความแข็งแรงสูง เป็นอูคูเลเล่ made in USA ยี่ห้อดังมากในโลกอูคูเลเล่ ที่ใครๆ ที่คร่ำหวอดก็คุ้นเคย

ukulele
(Flea Ukulele Made in USA ผลิตจากพลาสติก ABS เสียงดี เล่นดี น่ารัก ราคา 8-9,000 เมื่อ 10 ปีก่อน)

อูคูเลเล่ที่ว่านั้นบอดี้เป็นพลาสติก ABS ซึ่งมีสรรพคุณถึก ทนทานมากๆ และมีซาวด์บอร์ดเป็นไม้ ซึ่งแม้ตัวเป็นพลาสติก แต่ให้เสียงดังและเพราะกว่าอูคูเลเล่ไม้หลายเจ้า ส่วนเฟร็ตบอร์ดนั้น เขาหล่อขึ้นมาด้วยพลาสติก ABS เช่นกัน ทำให้เมื่อนำมาประกอบจะได้แอ๊คชั่นที่พอเหมาะพอเจาะ เล่นง่าย และไม่มีคมเฟร็ต เนื่องจากไม่ได้ใช้ลวดตอกเข้าไปในเฟร็ตบอร์ด แต่หล่อขึ้นรูปมาเลยเป็นช่องๆ ให้ได้ขนาดที่เพอเฟคเหมือนกันทุกอัน

อูคูเลเล่นี้ดีงามมากๆ และเป็นที่นิยมในอเมริกามาโดยตลอด ผมไม่รีรอที่จะนำมาสู่เมืองไทย ตามหลักการที่ว่าหากเจออูคูเลเล่ดีๆ ก็ต้องนำมาให้ชาวไทยได้เลือกใช้กัน

แต่เนื่องจากเป็นอูคูเลเล่ Made in USA ต้นทุนค่อนข้างสูง เจอค่าขนส่งต่างๆ อีก ทำให้เมื่อมาถึงไทย ค่าตัวของมัน เมื่อราว 10 กว่าปีก่อน อยู่ที่ 7,500 - 8,500 บาท ซึ่งถ้าใครหยิบมาเล่นก็ล้วนพบว่ามันเล่นดี เสียงดี และหน้าตาดีจริงๆ แต่ด้วยเหตุผลที่ราคาขนาดนี้แล้วทำจากพลาสติก ผู้เล่นชาวไทยรู้สึกว่าราคาสูงไป แม้งบถึงก็มักหันไปเลือกรุ่นอื่นๆ ในราคาเดียวกันที่ทำจากไม้ทั้งตัวแทน

งานนี้ทำให้ในที่สุดผมต้องยอมแพ้ และไปขอให้เพื่อนร้านอูคูเลเล่ที่ต่างประเทศ รับของที่มีทั้งหมดไปไว้ที่ร้านของเขาแทน เนื่องจากที่ไทยทุกคนชอบ แต่น้อยคนจะรับกลับบ้านไป ด้วยสาเหตุที่ราคา

NAMM Show

เวลาผ่านไปเป็น 10 ปี ความหวังที่จะทำให้อูคูเลเล่ประเภทนี้มาไทยก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อผมได้ไปร่วมงาน NAMM Show งานแสดงเครื่องดนตรีที่สำคัญที่สุดในโลกครั้งล่าสุดที่จัดในปี 2020 อเมริกา ก่อน COVID จะอาละวาดโลก

NAMM Best in Show 2020
(บรรยากาศการประกาศรางวัล Best in Show ณ NAMM 2020)



ในทุกๆ ปีเขาจะมีการคัดเลือกเครื่องดนตรีดีเด่นมาให้รางวัล Best in Show และหนึ่งในนั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมต้องตาลุกวาว เพราะมันคืออูคูเลเล่แบบเดียวกับที่ผมเคยนำมาเสนอพี่น้องชาวไทยเมื่อ 10 ปีก่อน แต่มันไม่เหมือนตรงที่ครั้งนี้ ผู้ผลิตรายใหม่เลือกผลิตที่จีน ทำให้ราคาเบาลงประมาณ 4 เท่า ในขณะที่ความดีงามมาเต็ม มันทำให้หลังจบงานประกาศรางวัล ผมตรงไปที่บู๊ทผู้ผลิตอูคูเลเล่นั้นทันที

Flight NAMM 2020
ภาพที่ผมถ่ายเอาไว้ตอนไปที่บู๊ทของ Flight ตอนนั้นตั้งใจไปลอง ประทับใจกับรุ่น Travel ของเขามาก

Flight Ukulele
(รุ่น Signature ของ Elisa Ecklund คือตัวแรกที่หยิบมาลอง แล้วพบว่าดีจริงๆ)


Flight Ukulele
(ลาย Surf เป็นอีกลายที่ชอบเป็นการส่วนตัว )

Flight Ukulele
(ความดีงามคือลายเรียบๆ ก็มีลายไม้ให้เห็นด้วย)

เมื่อได้ลองก็พบว่า สัมผัส และสุ้มเสียง เหมือนอูคูเลเล่ทำอเมริกา ที่เคยขาย 7-8 พันสมัยก่อนเลย แต่เจ้าตัวที่ลอง มันราคาไม่ถึง 2 พัน ซึ่งเหตุผลคือผลิตที่จีน โดยผู้ออกแบบและควบคุมคุณภาพเป็นแบรนด์จากยุโรป ผมรู้ทันทีว่า สิ่งนี้ต้องมาไทย เพราะถ้ามันคืออูคูเลเล่ดีๆ ยิ่งระดับรางวัล Best in Show จาก NAMM Show เป็นประกันแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีแขวนที่ Kumabee

Flight Ukulele Kitty
(รุ่น Kitty ที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ ท่าน)

อูคูเลเล่รุ่นนี้ เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นน้องเล็กๆ ที่เพิ่งหัดเล่น หรือผู้ใหญ่มือใหม่ที่อยากได้ของดีราคาเบา ไปจนถึงมือฉมัง ที่อยากมีตัวลุยๆ ที่ไม่ได้ลุยเป็นอย่างเดียว ยังสัมผัสและเล่นได้ดีด้วย

นี่คือมิติใหม่ของ Travel Ukulele อูคูเลเล่พกพา ที่พร้อมจะพาความสุนทรีย์ไปกับคุณทุกที่

ขอแนะนำ Flight Ukulele อูคูเลเล่ Travel ราคา 1,700 - 2,350 ครับ

อูคูเลเล่ราคาถูก vs อูคูเลเล่ราคาไม่แพง

อูคูเลเล่ราคาถูก vs อูคูเลเล่ราคาไม่แพง

ที่ผมกล่าวถึงอูคูเลเล่ราคาถูก vs อูคูเลเล่ราคาแพงนี้ ไม่ใช่จะมากวนหรืออะไรนะครับ แต่ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ หากคุณกำลังมองหาอูคูเลเล่มาเล่นสักตัว และไม่ค่อยคุ้นเคยเรื่องอูคูเลเล่ ถ้ามีเวลาลองพิจารณาคำแนะนำของผมสักนิด ผมมั่นใจว่ามันจะทำให้คุณมีความสุขกับการเล่นอูคูเลเล่ได้เต็มความสุนทรีย์ครับ

อูคูเลเล่

ราวๆ 20 ปีมาแล้ว ก่อนที่แบรนด์อูคูเลเล่ชั้นนำหลายแบรนด์ จะสร้างฐานการผลิตอูคูเลเล่คุณภาพดีที่ประเทศจีน การจะครอบครองอูคูเลเล่สักตัวเป็นเรื่องยาก เพราะต้องไปซื้ออูคูเลเล่จากฮาวาย ซึ่งคุณภาพดีแน่ๆ แต่ราคาก็ไม่เบาชนิดทุกๆ คนจับต้องได้ ส่วนที่พอจะหาได้ในราคาประหยัดก็มักเป็นอูคูเลเล่ที่ทำมาเป็นของตกแต่งมากกว่าจะนำมาเล่นกันได้จริงๆ



ต่อมาหลังจากอูคูเลเล่กลับมาเป็นที่นิยมเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน แบรนด์อูคูเลเล่คุณภาพดีหลายราย ได้เริ่มผลิตอูคูเลเล่ในประเทศจีน ทำให้ได้อูคูเลเล่ที่มีคุณภาพ ในราคาไม่สูงเท่าผลิตในประเทศตะวันตกหรือญี่ปุ่น แน่นอนว่าไม่ได้เล่นดีงามเท่ารุ่นที่ผลิตที่ประเทศต้นกำเนิด เนื่องจากส่วนมากไม่ได้ผ่านขั้นตอนการขัดเกลาทุกอณูเหมือนต้นฉบับ เพราะมีการควบคุมต้นทุนการผลิต แต่ก็ดีในระดับมาตรฐาน เล่นได้สบายใจ



ในขณะเดียวกัน ก็มีโรงงานที่จีนหลายแห่งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ผลิตอูคูเลเล่ออกมาเช่นกัน แต่พวกเขาสร้างอูคูเลเล่ออกมาเพียงให้หน้าตาเหมือนอูคูเลเล่ ตัวเล็กๆ มีสี่สาย แล้วนำออกมาจำหน่ายในราคาถูกมาก ทั้งนี้ที่ถูกมากๆ ก็เพราะวัตถุดิบ และชิ้นส่วนต่างๆ เป็นของราคาต่ำ ซึ่งส่งผลให้เสียงทึบ ลูกบิดตั้งเสียงไม่ค่อยอยู่ เสียงเพี้ยน สายที่ใช้ก็เป็นสายอะรูมิไร้ (อะไรมิรู้) ที่ไม่ได้ช่วยให้เสียงดีขึ้น ส่วนการสร้างนั้น ทั้งโครงสร้างและงานฝีมือมักเป็นแบบหยาบๆ เฟร็ตไม่มีการเก็บงาน ทำให้คมระคายมือ หรือบางทีอาจบาดมือได้เวลาเล่น แอคชั่น (ความสูงระหว่างสายกับสูงเฟร็ตบอร์ด) สูงเกินไปทำให้เวลากดต้องใช้แรงมาก และเล่นสะดุดนิ้ว ส่วนบางรายทำแอคชั่นต่ำเพื่อให้กดง่ายไปเลย แต่นั่นทำให้สายตีเฟร็ต เกิดอาการที่เรียกว่าบัซ 

aNueNue B1

ที่เล่ามาในย่อหน้าที่แล้ว คือสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้นในอูคูเลเล่ผลิตจีนจากแบรนด์ที่มีคุณภาพ แน่นอนว่าราคาสูงกว่าอูคูเลเล่ที่ผลิตจีนจากโรงงานทั่วไป แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดแล้ว ถือเป็นอูคูเลเล่ที่ไม่แพงเลย เพราะเสียงดังกังกาลดี กดคอร์ดง่าย เล่นสบายมือ ตั้งเสียงอยู่ และยิ่งไปกว่านั้นดีไซน์ก็มักจะดูมีรสนิยมกว่า กลิ่นก็ดีกว่า ซึ่งเรื่องกลิ่นนี้ ไม่ได้พูดเล่นนะครับ มันมีเหตุผล เพราะอูคูเลเล่ที่เน้นแค่ผลิตให้เร็ว เพื่อจะได้นำไปขายไวๆ จะลดขั้นตอนต่างๆ ซึ่งก็ส่งผลต่อคุณภาพของอูคูเลเล่ด้วย กลิ่นเองก็เกิดจากการที่เคลือบอูคูเลเล่ยังไม่แห้งดี เมื่อใช้แลคเกอร์ราคาถูกกลิ่นแรง รีบนำไปบรรจุลงกล่อง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน ไม่พึงประสงค์เวลาเล่นด้วย

aNueNue Ukulele อูคูเลเล่

คราวนี้มาดูที่อูคูเลเล่ที่ผลิตอย่างมีการควบคุณคุณภาพ จากแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับของโลก แม้ผลิตจีนก็เล่นได้ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมพบว่ามีอูคูเลเล่คุณภาพดีผลิตจีนอยู่สองประเภท นั่นคืออูคูเลเล่ผลิตจีนที่ได้มาตรฐานเมื่อ 10 ปีก่อน กับอูคูเลเล่ที่ได้มาตรฐานปัจจุบัน อ่านแล้วอาจจะงง ผมจะอธิบายให้ฟังครับ

อูคูเลเล่

อูคูเลเล่ผลิตจีนคุณภาพดีถือกำเนิดขึ้นเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน เป็นอูคูเลเล่ที่ใช้ดี ราคาดี คุ้มค่า ใช้ได้จริง ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อน ผมจะชื่นชม และแนะนำอูคูเลเล่ประเภทนี้มาก เพราะมันสร้างความสุนทรีย์ให้เราตอนเล่นได้จริงๆ และไว้ใจได้ มีหลายแบรนด์ ในปัจจุบันยังคงรักษามาตรฐานนั้นในการผลิต ทำอูคูเลเล่ที่ดีคงเส้นคงวาออกมาจนทุกวันนี้

aNueNue B1

แต่เมื่อเวลาผ่านมา 10 ปี อูคูเลเล่ในระดับราคาเดียวกัน บางผู้ผลิตไม่ได้แค่ตั้งหน้าตั้งตาผลิตอูคูเลเล่มาตรฐานดีต่อเนื่อง แต่เขามีการพัฒนา มีการวิจัย และปรับปรุงคุณภาพอยู่ตลอด ทำให้รุ่นเริ่มต้นในวันนี้มีศักยภาพเท่าๆ กับรุ่นที่ดีขึ้นมาเมื่อทศวรรษก่อน ยกตัวอย่างเช่น aNueNue B1 ในปัจจุบัน ราคา  2,900 บาท แต่เมื่อเอามาเทียบกับรุ่น aNueNue Papa1 ราคา 5,500 เมื่อ 10 ปีก่อน ผมรู้สึกกว่า B1 กลับให้ความสนุกและสุนทรีย์ในการเล่นกว่าเสียอีก แบบนี้ถือว่า 2,900 ไม่แพงเลย เพราะสิ่งที่ได้กลับมานั้น เป็นความดีงามระดับ 5,500 เลยทีเดียว

Apirak


คนที่ได้อูคูเลเล่เริ่มต้นคุณภาพดีในวันนี้ ได้กำไรกว่าเมื่อสมัยก่อนมาก แต่ถ้าเราไปได้อูคูเลเล่คุณภาพดีในอดีตมา เราก็ได้ของดี แต่ในราคาพอๆ กัน เราสามารถครอบครองความสุนทรีย์ระดับทวีคูนได้เลยนะครับ ส่วนใครไปได้ตัวราคาถูกที่คุณภาพไม่มี จะโชคร้ายที่สุด เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อครับ

อูคูเลเล่

ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่เวลาหาของอะไรที่ไม่คุ้นเคย มักจะเจาะจงดูรุ่นที่ราคาต่ำๆ ไว้ก่อน ยี่ห้อก็ไม่รู้จัก และคิดไว้ว่าเพิ่งเริ่ม เอาถูกๆ เข้าว่า เผื่อเลิก แต่นั่นอาจเป็นทางเลือกที่ไม่ได้ดีที่สุดครับ เพราะหากเป็นอูคูเลเล่ ถ้าสมมุติผมเป็นมือใหม่ที่มองหาอูคูเลเล่ตัวแรก ผมไปจิ้มตัวราคาต่ำๆ มา ผมจะประสบความสำเร็จแค่ตอนซื้อ ว่าได้ของราคาถูก แต่เมื่อนำมาใช้จริง ทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นเสียง สัมผัส ความเล่นง่าย ระบบตั้งเสียง หรือกลิ่น มันไม่เอื้อต่อการเล่นเลย ถ้าเป็นผู้ที่เล่นเป็นแล้ว อาจจะพอได้ แต่ไม่สุนทรีย์ แต่หากเป็นมือใหม่ การเล่นอูคูเลเล่ไม่มีคุณภาพ จะพาให้เล่นไม่ได้ เล่นไม่สำเร็จ เล่นไม่สนุก เล่นไม่สุนทรีย์ และในที่สุดก็เลิกเล่น เห็นเป็นของไม่ได้เรื่องไปบอกต่อคนอื่น

aNueNue K1

แต่หากผมทนอุปสรรคทั้งหมดผ่านไปได้ จนผมพอเล่นได้ ซึ่งน่าจะใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ ผมก็จะเริ่มทราบแล้วว่า ฝีมืออูคูเลเล่ของผมได้เจริญเติบโตเกินอูคูเลเล่ราคาถูกของผมไปแล้ว และในที่สุดก็เริ่มมองหาอูคูเลเล่ดีๆ มาทดแทน ตัวที่ตอนแรกผมซื้อมาเพราะราคาถูกมาก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันมาตรฐานไม่ได้ ในที่สุดผมเสียเงินอีกครั้งในเวลาอันสั้น

aNueNue Bird

ถ้าหากผมเริ่มด้วยอูคูเลเล่มีคุณภาพดี ยิ่งถ้าไปได้ตัวที่มีมาตรฐานปัจจุบัน ผมจะไม่ต้องซื้อซ้ำซ้อน หรือผมน่าจะไม่เลิกเล่นไปก่อน เพราะทุกๆ องค์ประกอบ ล้วนช่วยให้การหัดอูคูเลเล่ประสบความสำเร็จ

aNueNue U2 อูคูเลเล่

ผมขอฝากข้อคิดนี้ ให้คุณใช้ประกอบการเลือกซื้ออูคูเลเล่ตัวแรกของคุณครับ โดยจะทิ้งท้ายว่า หากหาอูคูเลเล่ไปตกแต่งบ้าน ตกแต่งร้าน หรือให้น้องเล็กๆ ถือเล่นแบบชิลๆ ไม่ได้กะเอามาเล่นจริงๆ สามารถจิ้มที่ชอบ ในราคาที่พอใจได้เลย แต่หากต้องการนำมาเล่น ผมแนะนำให้เลือกอูคูเลเล่คุณภาพดี มีมาตรฐานปัจจุบัน ซึ่งหากคุณรู้สึกว่าการเลือกเป็นเรื่องที่ไม่ถนัด ขอให้มาปรึกษาพวกผมครับ เราเป็นคนบ้าอูคูเลเล่ที่สุดในประเทศ อย่างไม่น่าจะมีใครมาหักล้างได้ และได้คัดสรรอูคูเลเล่ดีๆ ในทุกราคามานำเสนอ พร้อมให้คำปรึกษาทุกเรื่องที่เกี่ยวกับอูคูเลเล่ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกอูคูเลเล่ของคุณ อย่างจริงใจ

เลือกอูคูเลเล่ครั้งนี้ ผมขอให้คุณได้อูคูเลเล่ดีๆ มาเล่นครับ และพวกผมยินดีช่วยเลือกด้วยความจริงใจ


Jake Shimabukuro Ribbee Kumabee

Kumabee ที่นี่มีแต่อูคูเลเล่ดีๆ ครับ



Soprano Concert Tenor หรือ Baritone เลือกอูคูเลเล่ขนาดไหนดี?

Soprano Concert Tenor หรือ Baritone เลือกอูคูเลเล่ขนาดไหนดี?

การเลือกขนาดอูคูเลเล่อาจจะเป็นเรื่องปวดหัวของหลายๆ ท่าน เพราะเจ้าเครื่องดนตรีสี่สายตัวจิ๋วนี้ ไม่ได้จิ๋วอย่างเดียว ยังจิ๋วหลายขนาดด้วย เวลาจะหามาเล่นสักตัว นอกจากจะต้องดูว่าแบรนด์ไหนดีจริง ดีไม่จริงแล้ว ยังต้องเจอด่านสุดท้าย นั่นคือเลือกขนาดอูคูเลเล่ของคุณ

อูคูเลเล่ kamaka

ก่อนอื่นขอบอกก่อนครับว่า "ไม่จำเป็นว่าเด็กต้องใช้ตัวเล็ก หรือผู้ใหญ่ต้องใช้ตัวใหญ่" จริงอยู่ว่าถ้าเด็กมากๆ จะเหมาะสมกับอูคูเลเล่ขนาดเล็ก ซึ่งก็มีอูคูเลเล่ขนาดจิ๋วกว่าปกติไว้ให้เลือกใช้ เช่น Kiwaya U Trip ที่ขนาดจิ๋วกว่า Soprano อีกหนึ่งเสต็ป แต่ถ้าอายุเกินสัก 7 ขวบไปแล้ว กล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือจะเริ่มมีพลัง และมือกับแขนก็ใหญ่พอที่จะเล่นได้ทุกขนาด "หากจับและถืออย่างถูกวิธี" ทั้งนี่หากจะเอาจริงๆ เด็กเล็กถ้าเอาจริงก็เล่นตัวใหญ่ได้ ให้ดูเคสตัวอย่างจากเด็กน้อยเกาหลีเหนือ ที่เล่นกีตาร์คลาสสิคตัวเขื่องกันอย่างคล่องแคล่ว ทำให้เห็นว่าจริงๆ ขนาดก็ไม่ได้สำคัญหากจะเล่น วิธีเล่นและชั่วโมงการฝึกหัดต่างหากที่จะทำให้เล่นได้หรือไม่ได้ ฉะนั้นหากเป็นเด็กราวๆ 7 ขวบขึ้นไป สามารถเลือกอูคูเลเล่ขนาดที่ชอบได้เลยครับ ไม่ใหญ่จนเกินไปแน่ๆ

ขนาด อูคูเลเล่

ส่วนผู้ใหญ่ ก็เช่นกัน เราเลือกอูคูเลเล่ตามความต้องการไม่จำเป็นว่าตัวเล็กต้องเล่น soprano ตัวใหญ่ต้องเล่น Tenor ผมรู้จักคนตัวใหญ่ที่รักที่จะเล่นอูคูเลเล่ขนาดเล็ก และคนตัวเล็กที่ชอบเล่นอูคูเลเล่ขนาดใหญ่  ทุกคนแฮ้ปปี้และเล่นอย่างมีความสุข และที่แน่ๆ หากเล่นอูคูเลเล่แฃ้วชอบ ส่วนมากไม่มีใครมีแค่ขนาดเดียว แต่จะมีหลายขนาด เอาไว้สลับเล่นตามอารมณ์ มาดูกันครับว่าอูคูเลเล่ขนาดไหน มีดีอย่างไรกันบ้าง

อูคูเลเล่ kiwaya u trip mini
(Kiwaya U Trip 2 Baby Ukulele)

Sopranino/ Baby Ukulele

อูคูเลเล่ขนาดนี้จะเล็กกว่าขนาดมาตรฐาน (soprano) และไม่ได้มีผลิตแพร่หลายนัก ผู้ที่นิยมเล่นขนาดนี้มีสองประเภท นั่นคือเด็กเล็กที่อยากเล่นอูคูเลเล่ จะจับคอร์ดและถือได้สะดวกขึ้นส่วนผู้ใหญ่ที่พิศมัยความเล็ก ก็ชอบเล่นเพื่อความน่ารักและท้าทาย ช่องกดแม้เล็กแต่ยังใหญ่กว่านิ้วอยู่ดี สามารถเล่นได้ แต่หากชินกับขนาดที่ใหญ่กว่า อาจจะไม่ถนัด ทั้งนี้อูคูเลเล่ไซส์นี้ หากเป็นประเภทคุณภาพไม่ดี จะเสียงเบามาก เล่นลำบาก และอาจจะตั้งเสียงเป็นแบบ D tuning ซึ่งเป็นการตั้งให้เสียงสูงกว่าปกติ ทำให้อาจมีอุปสรรคเวลาเล่นพร้อมกับคนอื่น แต่ถ้าเป็นตัวดีๆ จะเล่นดี เสียงดี และตั้งเสียงตามปกติที่ C tuning

________________________________________________________________________


soprano anuenue อูคูเลเล่
(aNueNue B1 Soprano)

Soprano
นี่คือขนาดมาตรฐานของอูคูเลเล่ ตั้งแต่ปี 1879 มาจนปัจจุบัน หากใครต้องการความเป็นอูคูเลเล่ตามตำรับ ชอบเสียงและขนาดที่ทำให้เครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เห็นจะหนีไม่พ้นโซปราโน ขนาดที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก

อูคูเลเล่ anuenue moon bird soprano
(aNueNue Moon Bird Soprano US200)

อย่าทำให้ความคุ้นเคยกับกีตาร์ ทำให้คุณคิดว่าอูคูเลเล่โซปราโนตัวเล็กไป ถ้ากีตาร์คือรถยนต์ อูคูเลเล่คือมอเตอร์ไซค์ มันตัวเล็กกว่าก็ใช้ได้และเอาอยู่ตามธรรมชาติของมัน เห็นเล็กๆ แบบนี้ มันสามารถเล่นได้ทั้งแบบตีคอรืดร้องเพลง และบรรเลงฟิงเกอร์สไตล์ เกือบทุกรูปแบบครับ ผมเองใช้ขนาดนี้เป็นหลัก เอาอยู่ทุกสถานการณ์ 

____________________________________________________________________


อูคูเลเล่ apirak anuenue ukulele
(Apirak Sirinanthakul and aNueNue Apirak Custom Concert)

Concert/ Soprano Long Neck
ใหญ่ขึ้นมากว่าโซปราโน คือขนาดคอนเสิร์ต ซึ่งไม่ได้แค่ตัวใหญ่ขึ้น คอก็ยาวขึ้น และยังมีช่องเฟร็ทเพิ่มขึ้นมา นั่นแปลว่าโน๊ตจะเพิ่มขึ้นมาด้วย ทั้งนี้จะเป็นโน๊ตสูงๆ ลึกๆ ที่จะใช้ก็ตอนโซโล่โหดๆ ส่วนช่องเฟร็ทก็กว้างขึ้นเล็กน้อย มีพื้นที่ให้นิ้ววิ่งเล่นเยอะขึ้น 

สำหรับอูคูเลเล่ขนาดคอนเสิร์ตนี้ เป็นที่นิยมมาก เพราะยังไม่ใหญ่จนเกินไป สุ้มเสียงใหญ่กว่าโซปราโนเล็กน้อย เล่นได้กว้างขึ้นแบบเทนเนอร์ เป็นขนาดที่อยู่ระหว่างกลาง ถ้ารักพี่เสียดายน้อง นี่คือทางเลือกที่ดี ที่หลายๆ ท่านเลือก

Soprano Long Neck อูคูเลเล่
(Shima Ukulele Soprano Long Neck by Jake Shimabukuro)

และนอกจากคอนเสิร์ต ยังมี Soprano Long Neck ที่คอยาวแบบคอนเสิร์ต เล่นได้กว้างเท่ากัน แต่ตัวเล็กแบบโซปราโน ทำให้สุ้มเสียงออกมาเป็นโซปราโน  ในขณะที่เล่นได้กว้างแบบคอนเสิร์ต แต่ขนาด soprano long neck มีผลิตกันน้อยมาก ไม่แพร่หลายนัก 


____________________________________________________________________

อูคูเลเล่ tenor anuenue
(aNueNue LOUT Tenor)

Tenor
อูคูเลเล่ที่ตั้งเสียงตามาตรฐานอูคูเลเล่ (C Tuning) ที่ใหญ่ที่สุดคือขนาดเทนเนอร์นี่เอง เห็นใหญ่ๆ แบบนี้ เมื่อเทียบกับกีตาร์ จะเหมือนนำช้างแอฟริกามาเทียบกับม้าไทย นั่นแปลว่าเทนเนอร์แม้ใหญ่ในโลกอูคูเลเล่ มันก็ยังเล็กอยู่ดี แน่นอนว่าเสียงก็ยังเป็นเสียงอูคูเลเล่ ที่ใหญ่ขึ้นมากว่าขนาดที่เล็กกว่า

อูคูเลเล่ tenor vanessa anuenue
(Vanessa Ding and aNueNue Moon Bird Tenor UT200)

สำหรับขนาดเทนเนอร์นี้ ท่านที่ชอบเล่นแนวบรรเลงจะนิยมมาก โดยเฉพาะแนวสมัยใหม่ ที่มีการโซโล่ไปทั่วคอ สไตล์ Jake Shimabukuro, Kalei Gamiao, Kyas Ryo และศิลปินระดับโลกต่างๆ จะนิยมใช้ขนาดนี้กัน เทนเนอร์ยังเล่นตีคอร์ดร้องเพลงได้ดีงามด้วย สายอาจตึงขึ้นมาหน่อย แต่สามารถเล่นโซโล่เร็วๆ ได้ถนัดมือดีนัก

_____________________________________________________________________

Baritone อูคูเลเล่ Apirak
(Apirak Sirinanthakul and Makala Barritone)

Baritone

อูคูเลเล่ขนาดนี้ เป็นขนาดใหญ่ที่สุด และตั้งเสียงเหมือนกีตาร์สี่สายล่าง ฉะนั้นหากเล่นกีตาร์เป็น สามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้เลย สุ้มเสียงจะอุ่นละมุน มีความเป็นลูกผสมระหว่างกีตาร์กับอูคูเลเล่ กลมกล่อมดีมากๆ โดยส่วนมากบาริโทนจะไม่ใช่อูคูเลเล่ตัวแรก แต่จะเป็นตัวต่อไป เป็นทางเลือกของเสียงอันอบอุ่น ไว้เปลี่ยนอารมณ์การเล่นครับ ทั้งนี้บาริโทนเป็นขนาดที่ไม่ได้ผลิตมากนัก ส่วนมากจะเป็นอูคูเลเล่ราคาสูงขึ้นมาครับ

_____________________________________________________________________

เลือกอูคูเลเล่ขนาดไหนดี
(Mainland Ukuleles)

เลือกขนาดไหนดี? 
คราวนี้มาถึงคราวที่ต้องเลือกขนาด ซึ่งจะเลือกขนาดไหน ขึ้นอยู่กับคุณล้วนๆ ผมเคยคุยกับปรมาจารย์อูคูเลเล่ที่ฮาวาย ท่านแนะนำว่า หากท่านจะเลือกอูคูเลเล่สักตัว จะดูว่าเราจะเอามาเล่นแบบไหน ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็นคนเสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้ว ถ้าอยากเล่นไปร้องเพลงไป เราอาจจะอยากเลือกอูคูเลเล่ที่เสียงทุ้มขึ้นมา เพื่อความกลมกล่อมของย่านเสียง เสียงเราแหลม อูคูเลเล่ให้ทุ้มหน่อย ออกมาอร่อยกำลังดี 

ann baritone อูคูเลเล่
(Ann Yupadee and Kamaka HF-4 Baritone)

หรือหากเราเสียงใหญ่ๆ เราอาจจะอยากใช้อูคูเลเล่เสียงเล็กๆ ใสๆ มาผสมผสานกัน แต่หากเราอยากได้ความสดใสมากๆ และหากเราเสียงเล็กๆ เราเล่นกับอูคูเลเล่เสียงเล็กๆ รวมกันออกมาเป็นความสดใสสุดขีด จะเห็นว่าทุกสิ่งเป็นไปตามส่วนผสมที่เราเลือก ไม่มีถูกผิด ทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับความชอบครับ

anuenue B1 อูคูเลเล่
(aNueNue B1)

ส่วนท่านที่กะนำไปเล่นแนวบรรเลง หากบรรเลงเพลงอูคูเลเล่ดั้งเดิม ขนาดโซปราโนจะขับความเป็นอูคูเลเล่ได้ชัดเจนที่สุด แต่หากสนใจเล่นแนวสมัยใหม่ขึ้นมา ที่มีการโซโล่เร่าร้อน หรือใช้คอร์ดลึกล้ำ อาจจะเลือกใช้คอนเสิร์ตหรือเทนเนอร์ ที่เอื้อต่อการเล่นแนวนั้น หรือถ้าอยากได้อะไรใหญ่ๆ ทั้งเสียงและศักยภาพ บาริโทนอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี

หากยังตัดสินใจไม่ได้ มาคุยกับเราก็ได้ครับ ทีมงานยินดีแนะนำอย่างละเอียด ให้คุณได้อูคูเลเล่ที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดตามความต้องการของคุณ 

Kumabee อูคูเลเล่ ร้านอูคูเลเล่

Facebook  : Kumabee Ukulele Paradise
Instagram : Kumabee Ukulele
Email : kumabeeuke@gmail.com
โทร : 096 234 6088

M's Craft จ้าวแห่งอูคูเลเล่คัสตอมอินเลย์ญี่ปุ่น

M's Craft จ้าวแห่งอูคูเลเล่คัสตอมอินเลย์ญี่ปุ่น

อูคูเลเล่ญี่ปุ่น ตั้งแต่รุ่นทำจีนก็ดีมากแล้ว ยิ่งทำญี่ปุ่นยิ่งดีได้อีก และถ้ายิ่งเป็นอูคูเลเล่ระดับคัสตอมที่ใส่ใจในทุกอณูด้วยแล้ว มันดีงามเหมือนชุดที่ตัดเย็บมาอย่างดี ด้วยเกรดพรีเมี่ยมแสนสบาย ใส่แล้วเดินคล่องแคล่ว สบายตัว แถมยังสวยงามและเลอค่า และครั้งนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง M's Craft ผู้สร้างอูคูเลเล่ที่อินเลย์โหดที่สุดของญี่ปุ่นครับ โดยการเล่าครั้งนี้อูคูเลเล่ที่นำมาให้ชมส่วนมากคือตัวที่เจ้าของอยู่ที่ไทยและผมได้เคยสัมผัสแล้วมาครับ




คุณตาคนนี้คือ Mori-san ผู้สร้างอูคูเลเล่อินเลย์สุดบรรเจิด ในนาม M's Craft หรือแปลง่ายๆ ชื่อนี้ก็คืองานศิลปะของเขานั่นเองครับ สำหรับ Mori-san นั้นเขาเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นมาก่อน แต่ด้วยความที่หลงใหลในฮาวาย แกย้ายไปอยู่ที่ฮาวายและได้เป็นเป็นทีมสร้างอูคูเลเล่ G String แบรนด์ดังของฮาวายที่เคยเทียบเท่า 4 K อันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันเลิกไปแล้ว)  แต่ก็มีโผล่มาเป็นระยะ แบบคัสตอม) มาจนช่ำชอง และเมื่อเขากลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณตาก็เริ่มสร้างอูคูเลเล่คัสตอมในนาม M's Craft ซึ่งนอกจากจะเล่นดี เสียงดี มีคาแรคเตอร์อูคูเลเล่ญี่ปุ่นกลิ่นอายฮาวายแล้ว ยังประดับอินเลย์ได้จัดจ้านมากๆ ด้วย โดยในปัจจุบันคุณตา More สร้างอูคูเลเล่มาได้ 25 ปีแล้วครับ 



ตอนนี้ Kazuhisa Mori ลูกชายของคุณตาก็มาร่วมสร้างอูคูเลเล่ด้วย ทำให้เรามั่นใจว่า M's Craft มีผู้สืบสานแน่นอน พ่อลูกทั้งคู่ได้ช่วยกันสร้างอูคูเลเล่แจ่มๆ ออกมา จนได้เป็นสมาชิกของ Ukulele Guild Of Hawaii ที่รวมสุดยอดผู้สร้างที่ดีที่สุดของโลก และยังได้รางวัล Best in Show มาแล้วทั้งคู่ จากการโหวตของสมาชิก Ukulele Guild of Hawaii อันทรงเกียรติ

สำหรับ M's Craft เราจะไม่บรรยายถึงเสียงและสัมผัส เพราะมันดีเลิศอยู่แล้วตามปกติของอูคูเลเล่ระดับนี้ แต่เราจะมาชื่นชมงานอินเลย์ที่ไม่ใช่แค่ฝีมือสุดปราณีต แต่เป็นความสวยงามของการดีไซน์ด้วยครับ



อินเลย์ลายเต่าทะเล เล่นกับเนื้อไม้ที่เปรียบเสมือนหาดทรายได้อย่างกลมกลืน



รอบซาวด์โฮลประดับเป็นภาพเกาะหลักทั้งหมดของหมู่เกาะฮาวาย




มีอินเลย์เต่าทะเลประดับสองข้างของบริดจ์ด้วยครับ สำหรับอูคูเลเล่ตัวที่อินเลย์เยอะๆ เขามักติดแบรนด์ Kai ซึ่งแปลว่าทะเล เป็นอีกแบรนด์ของ M's Craft ที่ไม่ต่างอะไรกันครับ (ตัวนี้อยู่ที่ไทยครับ)




ตัวนี้พี่คนหนึ่งอยากได้ธีมเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของญี่ปุ่น คุณตาก็จัดให้อย่างอลังการเลย



Bishamon เทพแห่งสงคราม ปกป้องอันตรายจากปีศาจ และมอบพร 10 ประการ



จากบนมาล่าง M's Craft เก็บเอกลักษณ์ของเทพออกมาได้ปราณีตมากๆ
Jorojin เทพผู้ดื่มไม่รู้จักเมา
Ebisu เทพเจ้าแห่งการประมง
Hotei เทพแห่งความสุขและรู้จักพอ
Daikoku เทพแห่งความมั่งคั่ง



Fukurokuju เทพแห่งความสุข สมบัติ และอายุยืน
Benzaiten เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ



นี่มันอูคูเลเล่แห่งแห่งความมั่งคั่งชัดๆ นี่ครับ ดูอินเลย์จนไม่ได้สนใจไม้หน้า sapwood นี้เลยทีเดียว สำหรับตัวนี้อยู่ไทยครับ



มาดูงานด้านหลังคอกันบ้างครับ เรียกว่าเก็บทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว




สำหรับตัวนี้ มีธีมซามูไรบนไม้ purple heart จะสั่งทำคู่กับอีกตัวที่มีธีมเป็นนินจา แต่ผมหาภาพไม่เจอครับ ขออภัย หากสังเกตุที่อินเลย์รอบซาวด์โฮล สี่เหลี่ยมที่เห็นสี่อันจะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนกองร้อยที่ทหารใช้ครับ



สำหรับตัวนี้มีการเล่นกับซาวด์โฮลที่เว้าเข้าไป และแน่นอนว่าอยุ่ไทยนะครับ



สำหรับหัวจะเป็นไดเมียวที่คุมซามูไรอีกที เขาคิดสัญลักษณ์ประจำตระกูลออกมาคล้ายๆ แต่ไม่เหมือนตระกูลจริงๆ นะครับ




ตัวนี้ผมไป Aomori มาแล้วประทับใจกับงานเทศกาล Nebuta ที่นำโคมขนาดยักษ์ สร้างเป็นตัวอย่างในภาพ มาแห่รอบเมืองกันยิ่งใหญ่ ผมเลยชวนพี่ท่านหนึ่งให้สั่งอูคูเลเล่ไม้ญี่ปุ่น ที่มีอินเลย์เป็นธีมของเทศกาลนี้



ผมชอบมากเวลาอูคูเลเล่ 2 ตัว มีธีมที่เข้ากัน มันสวยเมื่อแขวนเคียงข้างมากๆ ตัวนี้ดูก็รู้ว่าเป็นฝ่ายธรรมะ



มาชมฝ่ายอธรรมกันบ้างครับ 



จะสังเกตุเห็นว่าอูคูเลเล่สองตัวนี้ ไม่จะเป็นสีเดียวกันหมดทุกส่วน นั่นเพราะอูคูเลเล่ทั้งสองตัว แต่ละตัวใช้ไม้ญี่ปุ่นชนิดเดียวกันทั้งตัวสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งพิเศษและราคาสูงกว่าไม้ปกติครับ



คู่นี้เป็นงานคู่อีกเช่นกันครับ เทพสายฟ้า กับเทพสายลม Fujin Raijin 



อูคูเลเล่นี้เกิดจากความประทับใจในภาพวาดในวัดแห่งหนึ่งของผู้สั่ง เลยขอให้ M's Craft สร้างอูคูเลเล่คู่กันให้เพื่อเป็นที่ระลึกที่เป็นเครื่องดนตรีชั่นเลิศด้วย



เทพสายฟ้า ที่มีส่วนที่เป็นผ้าปลิวไปปิดซาวด์โฮลที่เป็นคล้ายหน้าต่างแบบญี่ปุ่นโบราญ 



การเลือกไม้ Koa ที่มี sap ตรงกลางคล้ายสายฟ้าผ่าลงมา เป็นอะไรที่ผมว่าโคตรแจ่มครับ



วางคู่กันก็เป็นแบบนี้ครับ ส่วนตัวกลางคือ Isana พอดีภาพนี้ผมถ่าย 3 ตัวพร้อมกัน เลยมีติดมาครับ อูคูเลเล่ทั้งหมดอยู่ที่ไทยครับ



อูคูเลเล่นี้เป็น 1 ใน งานอูคูเลเล่ 12 ราศรี ที่มีผู้สั่งจากไทยสั่ง ตัวนี้คือปีระกาครับ



ไก่ตัวนี้อลังการไปทั้งตัวครับ



แถมนกกระยากให้ด้วยอีกตัวครับ ดุไปไหน



ตัวนี้ธีมซาฟารี ดูลายยีราฟที่รอบซาวด์โฮลครับ


สิงสาราสัตว์มากันทั้งป่า



ผมชอบการใช้สีของเขาที่สดใสมากๆ นับเป็นคาแรคเตอร์ของเขาเลยครับ



เต็มตัวกับอูคูเลเล่ธีมซาฟารีครับ

มาดูงานอื่นๆ ที่เก่าขึ้นไปของเขาที่เพื่อนผมที่เป็นร้านอูคูเลเล่ที่ญี่ปุ่นส่งมาให้ดูบ้างครับ













งานเก่าๆ ภาพไม่ค่อยชัดครับ ขออภัย เรามาดูงานล่าสุดกันเป็นการปิดท้ายดีกว่า ตัวนี้เป็นอูคูเลเล่ที่ผมกำลังให้ปรับแบบตามใจเจ้าของอยู่ครับ มาชมขั้นตอนการออกแบบกันครับ



หัวใจของอูคูเลเล่ตัวนี้คือตัว Nautilus ที่อยู่ตรงกลางคอครับ โดยให้ธีมรวมเป็นโลกใต้ทะเล



M's Craft ก็ร่างมาให้ชม ว่าจากที่ผู้สั่งต้องการ เขาออกแบบมาให้แบบนี้ มีรายละเอียดเต็มไปหมด

ปลาเล็กปลาน้อยว่ายกระจัดกระจาย ปะปนกับม้าน้ำและราหู โดยมี Nautilus ดูเด่นเป็นสง่า



หัวเป็นแบบนี้ เท่ดีไหมครับ



หลังจากส่งแบบ ผู้สั่งรู้สึกว่าเฟร็ตที่ 1-2 ว่างไป เลยขอให้กระจายปลาเล็กๆ ไปให้ทั่ว เขาได้ส่งมาให้ชมว่า แทนที่กลุ่มปลาน้อยๆ ด้วยเต่าสองตัว และปลาสองตัวดีไหม

ในที่สุดก็ได้แบบล่าสุด ที่พร้อมจะนำไปทำอินเลย์ครับ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดราว 6 เดือน รอไม่ช้าไม่เร็วกำลังดีครับ มาลุ้นกันว่าอีก 6 เดือนจะออกมาสวยขนาดไหน

ซึ่งถ้าเสร็จแล้ว ผมจะเอามาอัพเดตให้บทความนี้สมบูรณ์นะครับ

ตาด่อง คนบ้าอูคูเลเล่

aNueNue อูคูเลเล่หัวก้าวหน้า ที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่

aNueNue อูคูเลเล่หัวก้าวหน้า ที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่

aNueNue ชื่อนี้หากคุณเป็นคนสนใจอูคูเลเล่ จะต้องรู้จัก เพราะอูคูเลเล่ของเขา ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ล้วนมีทั้งความลงตัวในการดีไซน์ ความง่ายในการเล่น และความไพเราะของเสียงที่กลั่นออกมา น่าแปลกนะครับ ที่ไม่ใช่ทุกผู้ผลิตจะทำได้ดีเหมือนกัน อูคูเลเล่ทำด้วยไม้เหมือนกัน แต่สร้างออกมาได้ผลลัพท์ต่างกันอย่างสัมผัสได้ ไม่ต้องเป็นเซียนก็รู้หากได้ลอง


(Johnson แห่ง aNueNue และคลังไม้ solid ของเขา)


เหตุผลง่ายๆ เลยคือ aNueNue เขามีสิ่งแรกที่ต้องเป็นเอง สอนกันไม่ได้ นั่นคือรสนิยม ตามด้วยความเข้าใจในเครื่องดนตรี และความตั้งใจที่จะพัฒนาสิ่งที่เป็นให้ดีขึ้นกว่าเดิม สามสรรพคุณนี้ มีอยู่ในตัว Johnson Liao ผู้ก่อตั้ง aNueNue 


(aNueNue B1)


เรื่องรสนิยม เราจะเห็นทันทีว่าอูคูเลเล่ของเขา แม้แต่ตัวเริ่มต้นอย่างรุ่น B Series ที่ดูแสนจะเพลนๆ แต่ยังแฝงไว้ด้วยดีไซน์ ซาวด์โฮลเป็นวงรี บริดจ์ทรงมน หัวทรงเป็นเอกลักษณ์ และ จุดบอกตำแหน่งที่ดูเผินๆ ก็ปกติ แต่มันเรืองแสงได้ในที่มืด เป็นความพิเศษที่แฝงไว้ในความเรียบง่าย หรือจะเป็นรุ่น U Color ที่ออกแบบมาได้น่ารักตั้งแต่ตัวอูคูเลเล่จรดกระเป๋าใส่ แถมใช้สีตามแคตาลอคของ Pantone ด้วย

 


(aNueNue U Color : Living Coral)

 

 มาถึงรุ่นสูงอย่าง Moonbird ที่ทุกอณูเต็มไปด้วยรายละเอียด ความสวยงาม อย่างมีความหมาย และเลือกใช้ไม้ Spanish Cedar มาทำ bracing เพื่อความหอมของอูคูเลเล่

 


(aNueNue Moonbird)


นอกจากความสวยงามกำลังดี ไม่ดิบเถื่อนจนไม่หยากหยิบ ไม่เวอร์วังจนเลี่ยนของ aNueNue แล้ว เรื่องสัมผัส และ เสียง นั้นถือว่าดีเยี่ยมกว่าค่าตัวของมัน หากเอาอูคูเลเล่ราคาใกล้กันมาเล่นเทียบกันรุ่นต่อรุ่น ยากนักที่จะอูคูเลเล่ที่ลื่นไหลและเสียงเสนาะกว่า aNueNue ทั้งหมดนี้ก็เพราะ Johnson ไม่ได้เป็นแค่คนผลิตอูคูเลเล่ แต่เขาเป็นนักดนตรีผู้ลุ่มหลงการสร้างเครื่องดนตรี สมัยเป็นวัยรุ่นเขาเคยเป็นมือกีตาร์วงดนตรีออกอัลบั้มที่ไต้หวัน โตมาย้ายไปแคนาดาก็ไปร่ำเรียนการสร้างกีตาร์โปร่งมากับปรมาจารย์


(Johnson ถ่ายในงานแต่งงาน สิงโต นำโชค ที่ฮาวาย)


ครั้นพอสนใจจะสร้างอูคูเลเล่ เขาเดินทางไปฮาวาย และได้ชื่อและโลโก้ aNueNue มาจากรูปสลักโบราณบนหิน ซึ่งเป็นรูปเทพเจ้าสายรุ้ง ใช่แล้ว aNueNue แปลว่าสายรุ้ง นี่เอง เขาพบว่าการเล่นอูคูเลเล่เป็นความสนุก และได้สะสมอูคูเลเล่หลากหลายแบบ รวมทั้งงานวินเทจด้วย จนเข้าใจว่า อูคูเลเล่ นั้นเป็นอย่างไร เล่นอย่างไร และต้องสร้างต้องปรับอย่างไรจึงจะออกมาเป็นอูคูเลเล่ที่ดี แน่นอนว่าเขาเล่นเองด้วย จึงสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ผลิตออกมาได้เรื่องหรือไม่ ความเข้าใจในอูคูเลเล่ถึงระดับดีเอ็นเอนี้ ทำให้ได้อูคูเลเล่ที่ดีออกมาอย่างที่เห็น


(aNueNue รุ่น สิงโต นำโชค และหมวกของสิงโต)


แต่แม้อูคูเลเล่ของ aNueNue จะทำออกมาดีอยู่แล้ว เนื่องจาก Johnson มีความตั้งใจจะให้โลกเห็นว่าเครื่องดนตรีของเขาไม่ใช่ของไก่กาอาราเร่ เขาจึงไม่เคยหยุดปรับปรุง ทั้งหน้าตา โครงสร้าง ของอูคูเลเล่ที่เขาทำ แม้บางรุ่นที่ดีอยู่แล้ว เขาก็ยกเลิกการผลิต แล้วแทนที่ด้วยโฉมใหม่ที่อัพเกรดให้ดีกว่าเก่า ตั้งแต่ผมสัมผัสมา ยกตัวอย่างที่รุ่นเริ่มต้นของเขา


(Hulala ที่พัฒนาคู่เคียงมากับอูคูเลเล่ Ribbee)


(Hulala และครูปิงตอนยังเรียนอยู่)

เริ่มจากรุ่น Hulala ที่เป็นตัวเริ่มต้นที่คุณภาพดีสมราคา ชนิดไม่มีใครสู้ได้ เขาอัพเกรดเป็น Aqua ที่ราคาไม่ต่างจากเดิม แต่เสียงดีขึ้น งานดีขึ้น กระเป๋าก็ดีขึ้น


(Aqua)


(ครูปิงและ Aqua)

จากนั้นแม้จะได้รับความนิยมดีอยู่แล้ว เขาก็เปลี่ยนอีกครั้งเป็น Rainbow Series ซึ่งแตกเป็นหลายรุ่น รวมทั้ง B series ตัวเริ่ม ที่เสียง สัมผัสดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด และได้รับความนิยมอย่างมาก


(ครูปิงและ B1)

แต่ล่าสุดเขาเตรียมโฉมที่ 4 ของรุ่นเริ่ม ที่จะมาแทนที่ B Series แล้ว นั่นคือ U Series ที่ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อ aNueNue USA ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีก่อน



ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตบางราย 10 ปีผ่านไปก็ยังผลิตรุ่นยอดนิยมรุ่นเดิมขายอย่างไม่มีการปรับปรุงอะไรเลย ซึ่งเมื่อผมได้ลองก็จะบอกว่าดีเหมือนที่เคยเป็นมา แตกต่างจาก aNueNue ที่พัฒนาจนตัวเริ่มๆ ในปัจจุบัน เล่นได้ดีกว่าตัวกลางๆ ในอดีตเสียอีก แถมราคายังถูกกว่าด้วย


(Johnson กับ ผู้ก่อตั้ง Ukulele Picnic Hawaii, Kamaka และ ผมเอง)


นี่คือเหตุผลที่ทำไม aNueNue ถึงเป็นอูคูเลเล่ที่อยากแนะนำมากๆ ผมไม่ได้ลำเอียง เพราะผมผ่านมาแล้วทุกแบรนด์ ทั้งได้เล่น ได้พูดคุย ได้แก้ปัญหามากมาย ท้ายที่สุดสำหรับอูคูเลเล่ที่มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นไฮเอนด์ ผมเชื่อว่า aNueNue คุ้มค่าที่สุด เพราะในอูคูเลเล่หนึ่งตัว จะได้ทั้ง Playability ที่ดีงาม หน้าตาที่มีรสนิยม และเสียงที่ไม่มีทางทำให้ใครผิดหวัง ทุกระดับราคา ด้วยผู้บริหารที่มีทั้งความเข้าใจในการผลิตกับโรงงานที่จีน ความเข้าใจในการสร้างเครื่องดนตรีจากแคนาดา รสนิยมที่ได้อิทธิพลจากภรรยาชาวญี่ปุ่นและตัวเขาเองที่ไปเติบโตในแดนตะวันตก แต่ครอบครัวเป็นคนเอเชีย จึงหล่อหลอม Johnson ทำอูคูเลเล่ได้ดีในแบบที่เป็น


(aNueNue U900 Rabbit)


มีคนถามว่าทำไม aNueNue ไม่ค่อยดังที่อเมริกา คำตอบคือเมื่อแรกเริ่ม aNueNue เคยลองทำตลาดที่อเมริกาแล้ว แต่คนอเมริกันนิยมแบรนด์อเมริกันมากกว่า แม้จะผลิตที่จีนเหมือนกันก็เถอะ ทำให้ในด้านการตลาด ไม่สามารถสู้กับแบรนด์ที่แม้หากเอามาชนกันรุ่นต่อรุ่น aNueNue จะเหนือกว่าทั้งราคาที่ดีกว่าและคุณภาพที่เยี่ยมกว่า แต่ผู้บริโภคเลือกสนับสนุนชาติตัวเองก่อนแน่นอน หลังจากทำตลาดที่อเมริกาได้ระยะหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ aNueNue ตัดสินใจถอดสมอออกจากอเมริกาคือปัญหาจากรุ่นที่ขายดีที่สุดของ aNueNue U900 ที่มีคาแรคเตอร์ หมี และ กระต่าย จากญี่ปุ่นเป็นแบบ ออกมาสองรุ่น พร้อมกระเป๋าน่ารัก ขายดิบขายดีมากๆ ในเอเชีย แต่ที่อเมริกากลับมีคำถามถึงสีผิวของกระต่าย ที่ดำปี๋ กับดวงตาขาวโพลนและปากหนาๆ ว่าเข่าข่ายเหยียดสีผิวไหม 

(Kalei และ Corey แห่ง aNueNue USA)


เมื่อวัฒนธรรมแตกต่างในอเมริกา aNueNue จึงหันมาเน้นพัฒนาตลาดที่เอเชีย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย และในจีนเองก็มีความต้องการรุนแรงมากในช่วงหลังมานี้ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด aNueNue ก็ค่อยๆ เข้าสู่ตลาด ยุโรป ออสเตรเลีย จนในที่สุด aNueNue ก็ตัดสินใจกลับไปลุยที่อเมริกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาส่งแม่ทัพ Kalei Gamiao ศิลปินอูคูเลเล่ชื่อดังมาเป็นผู้บริหาร และเลือกนำเสนอเฉพาะรุ่นที่เหมาะสมกับอเมริกาเท่านั้น  และเท่าที่เห็นจะเน้นรุ่นโหดๆ อย่าง Moonbird มาเป็นตัวชูโรง ซึ่งได้รับความนิยมในผู้เล่นซีเรียสกันแล้ว น่าเสียดายนิดหนึ่งที่เมื่อ aNueNue USA เปิดปุ๊บ COVID19 ก็มาปั๊บ ทำให้เราคงต้องรอไปก่อน (เขียนเดือน พ.ค. 2564) จึงจะเห็น aNueNue แผ่สายรุ้งไปทั่วอเมริกาอย่างเต็มภาค

 
(Johnson กับ aNueNue Custom)


ส่วนตัวผมเอง ได้พบ Johnson ครั้งแรกเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน เมื่อครั้งเขาเริ่มก่อตั้ง aNueNue ผมเองเพิ่งมาสนใจอูคูเลเล่ เมื่อเห็นว่ามีผู้ผลิตใหม่ จึงลองติดต่อดู ตอนนั้น aNueNue ยังตระเวณไปทั่วโลก เพื่อหาตัวแทนจำหน่าย ผมได้คุยกับ Johnson เขาเพิ่งเสร็จจากการไป NAMM Show ที่อเมริกา กำลังจะไปงานแสดงเครื่องดนตรีที่เยอรมัน เขาบอกผมว่าเขาเดินทางโดยการบินไทย ขากลับเดี๋ยวแวะมาเจอ 


(เมื่อครั้งแรกเจอกับ Johnson เมื่อราวปี 2010)


หลังจากนั้นไม่นาน Johnson ก็แวะมาเจอจริงๆ พร้อมอูคูเลเล่ที่ขนกลับเยอรมัน ในนั้นมีรุ่น Papa ที่เป็นรุ่นเริ่มของเขาในตอนนั้น เล่นได้ดีเกินตัวเริ่มของแบรนด์อื่น แถมมีการตกแต่งยิงเลเซอร์ที่สมัยนั้นไม่มีอูคูเลเล่ไหนทำ จัดเป็นอูคูเลเล่ที่ใช้เล่นจริงจังได้เลย (ต่อมาสิงโต นำโชค ก็ใช้รุ่นนี้ในการทัวร์อัลบั้มแรก)​ อีกตัวคือ U900 อูคูเลเล่ทรงสับปะรด หน้าตาการ์ตูนๆ ดูเหมือนของด็กเล่น แต่เมื่อหยิบขึ้นมาเล่นแล้วผมตกใจ เพราะทั้งสองตัวที่เขาเอามา ทั้งสัมผัส สุ้มเสียง มันช่างดีงาม ดีกว่าอูคูเลเล่ราคาใกล้ๆ กันที่แขวนอยู่รอบตัวผมทุกตัว วันนั้น Johnson เล่าเรื่องอูคูเลเล่ต่างๆ นาๆ ให้ฟัง แล้วยังหยิบกีตาร์ของผมมาเซ็ทคอให้ด้วย เห็นเลยว่าเขามีความลุ่มหลงที่จะสร้างอูคูเลเล่ดีๆ อย่างแรงกล้า แถมมีความเข้าใจในเครื่องดนตรี และวัฒนธรรมของมันด้วย วินาทีนั้น ผมก็รู้ตัวทันทีว่า aNueNue นี้ จะต้องเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ


(พาชมโรงงาน aNueNue)


ว๊าปมาปัจจุบัน aNueNue ยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ ใหญ่กว่าสมัยก่อนเยอะมาก มีโรงงานของตัวเอง มีไลน์ไฮเอนด์ที่ไปได้ปรมาจารย์อูคูเลเล่ Mitsuta ช่วยออกแบบ จนได้อูคูเลเล่ระดับไฮเอนด์ญี่ปุ่น ในราคาเพียงเสี้ยวเดียว แถมเขายังสานฝันออกไลน์กีตาร์ ที่ทำออกมาได้ดีเหมือนครั้งเริ่มทำอูคูเลเล่เลย ด้วยทีมงานระดับพระกาฬ ที่เขาลงทุน R&D ไปมากมาย แต่กีตาร์น่าจะหินกว่ามากสำหรับเวทีโลก เรื่องคุณภาพผมไม่กลัว เพราะได้ลองเล่นแล้วก็พบว่าท้าชนทุกสถาบัน แต่ในโลกกีตาร์เรื่องแบรนด์ก็สำคัญ บางทีคนซื้อเพราะจะโชว์แบรนด์ อันนี้ aNueNue ก็ต้องสร้างชื่อเสียงต่อไป จนถึงวันที่ใครๆ ก็ยอมรับ สายรุ้ง นี้


ด่อง คนบ้าอูคูเลเล่

กำเนิดภารกิจตามรอยอูคูเลเล่ที่ฮาวาย ภาค 1

กำเนิดภารกิจตามรอยอูคูเลเล่ที่ฮาวาย ภาค 1

เมื่อราว 11 ปีก่อน ผมมีความใฝ่รู้ในเรื่องอูคูเลเล่อย่างแรงกล้า (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ต่างจากตอนนี้นักครับ) และเริ่มรู้สึกว่าถ้าหากจะเข้าถึงแก่นของอูคูเลเล่ เราต้องไปเหยียบแผ่นดินกำเนิดของมัน สูดหายใจอากาศฮาวาย จูบหาดทรายไวกิกิ และพบเจอผู้สร้างอูคูเลเล่ในตำนาน แล้วผมคงจะเข้าใกล้อูคูเลเล่มากขึ้น ผมไม่ได้อยากจะเล่นเก่งกาจอะไร แต่อยากจะเข้าใจเครื่องดนตรีนี้อย่างถึงทรวงใน มันคงคล้ายกับคนเคร่งศาสนา ที่ไม่จำเป็นต้องไปบวช แต่ต้องไปให้ถึงแหล่งกำเนิด ผมก็เช่นกันแต่สิ่งที่ผมเคร่งคืออูคูเลเล่ และที่จะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องราวจากการเดินทางไปฮาวายเพื่ออูคูเลเล่ครั้งแรกของผม ที่ทำให้ผมได้กลับไปอีกกว่า 30 ครั้งหลังจากนั้น  และเป็นอะไรที่ไม่เคยเล่าให้ใครทราบมาก่อนในรายละเอียดแบบนี้ครับ

เมื่อตั้งใจจะไปฮาวายทั้งที ผมรอไปให้คุ้มค่ากับครั้งแรก ต้องไปช่วง Ukulele Festival Hawaii จะได้ซึบซับกันให้เต็มๆ อัตรา และเมื่อเวลามาถึง ผมก็ขึ้นเครื่องบินไปฮาวายคนเดียว สำหรับทริปแรกนี้ ผมไปแค่ไม่กี่วัน แต่นับเป็นความทรงจำที่ดี ที่ต้อยอดให้ผมเป็นคนบ้าอูคูเลเล่อย่างที่เป็นในวันนี้ มาดูกันครับว่า ผมไปฮาวายครั้งแรก (จริงๆ เด็กๆ เคยไปไปมาก่อนแล้ว แต่อย่านับดีกว่า) เป็นอย่างไร

ฮาวาย สนามบิน

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่างยักษ์ถามผมว่ามาทำอะไรที่ฮาวาย ผมบอกทันทีว่ามา Ukulele Festival เขายิ้มแล้วชื่นชม Roy Sakuma ผู้จัด และปั๊มตราให้ผมเข้าอเมริกาอย่างรวดเร็ว หลังจากรับกระเป๋าผ่านศุลกากร ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกมาจากอาคารสนามบิน ผมก็รับรู้ถึงอากาศบริสุทธิ์ แม้จะเจือด้วยกลิ่นน้ำมันรถที่วิ่งไปมาเบื้องหน้าอยู่บ้าง เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปก็พบกับภาพนี้ที่ผมถ่ายไว้ครับ เป็นท้องฟ้าที่สดใส ปุยเมฆเคลื่อนที่เร็วตามกระแสลม และต้นมะพร้าวสูงเสียดฟ้า ให้อารมณ์ต้อนรับสู่ฮาวายจริงๆ ครับ



หลังจากรับรถขับออกมาจากสนามบินแล้ว จุดหมายแรกที่ผมตั้งใจจะไปตั้งอยู่บนถนน South Street ซึ่งในภาพก็คือถนนดังกล่าวในขณะที่ผมกำลังขับรถไปด้วยความตื่นเต้น 

Kamaka โรงงานอูคูเลเล่

บนถนนเส้นนี้ ณ บ้านเลขที่ 550 South Street เป็นที่ตั้งของโรงงาน Kamaka ผู้สร้างอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีตัวตนอยู่ และเป็นมรดกของฮาวายด้วย เมื่อมาถึงฮาวาย ผมขอมาที่นี่ก่อนที่ไหน ขอมาเห็นโรงงาน Kamaka กับตา แม้ไม่ได้เข้าก็เถอะ ใช่ครับ ผมยังไม่ได้เข้าไป เพราะทัวร์โรงงานต้องมาตามเวลาที่เขากำหนด ซึ่งผมแพลนไว้แล้ว แต่สำหรับห้วงแรกที่มาเหยียบฮาวาย ผมต้องมาสูดลมหายใจที่นี่ก่อน ภาพที่เห็นคือภาพที่ผมถ่ายไว้เมื่อครั้งนั้น ขณะค่อยๆ ขับรถผ่านสถานที่ในฝันของผม

Kalakau'a ave

จากนั้นผมมุ่งหน้าสู่ที่พัก ซึ่งสำหรับมือใหม่ การอยู่แถวๆ หาดไวกิกิสะดวกสุด เพราะอะไรๆ ก็อยู่แถวนั้น และ Ukulele Festival ก็จัดที่สวนสาธารณะใกล้ๆ กัน บรรยากาศของถนน Kalakau'a คนฮาวายอ่านประมาณว่า คาลาเคาอะ ทอดยาวเลียบโรงแรม ร้านค้า ริมหาดไวกิกิไปจรดสวนสาธารณะ Queen Kapiolani ร่มรื่นมากด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่ผลิดอกสวยงาม สลับบกับต้นมะพร่าวสูงไปตลอดทาง

Waikiki

เมื่อนำรถไปจอดและเช็คอินที่พักเสร็จ ผมออกเดินสำรวจย่านไวกิกิทันที อากาศเย็นสบายกำลังดี แดดจ้า ฟ้าใส ผู้คนเดินไปมา บางคนมาเล่นเวิร์ฟ บางคนมาอาบแดด นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินเต็มไปหมด ทุกคนไม่หลุดธีม แต่งตัวสไตล์ฮาวายกันหมด 

Kalakau'a Ave, Waikiki

ถนน Kalakau'a นี้ ตั้งตามชื่อพระราชาคาลาเคาอะ ผู้ทำให้อูคูเลเล่กลายเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติของฮาวาย และเป็นพระราชาองค์สุดท้ายของฮาวายเช่นกัน ว่ากันว่าท่านเป็นคนรักสนุกชอบรื่นเริงมากๆ จนท่านได้สมยานามว่าเป็น Merry monarch (คิงที่ร่าเริง) ของฮาวายไป 



ต้นไทรขนาดใหญ่เป็นเรื่องปกติของที่นี่ และไม่มีใครมาบุชาสิ่งศักดิสิทธิอะไร แต่จะมีเด็กๆ พากันมาปีนโหนเถาวัลย์เล่นบ้าง มาทำเป็นชิงช้าบ้าง หรือบางทีก็เป็นที่พักพิงของคนไร้บ้านด้วย ผมเคยคุยกับเพื่อนฮาวาย เขาบอกว่าจุดหมายของคนไร้บ้านที่อเมริกาแผ่นดินใหญ่คือฮาวาย เพราะอากาศดีตลอดปี ไม่ต้องผจญความหนาวเหน็บในฤดูหนาว ฉะนั้นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของฮาวายคือ ที่นี่มีคนไร้บ้านเยอะมาก ซึ่งหลายคนก็มีงานทำ แต่แค่ไม่มีบ้าน อาศัยใช้ห้องน้ำสาธารณะ หรือจุดอาบน้ำนักท่องเที่ยวแทน แต่เขาจะอยู่เป็นแหล่งๆ ไป เนื่องจากมีการจัดสรรให้ไม่คลาคล่ำจุดท่องเที่ยวจนเกินไป

 waikiki

ผมเดินเลียบหากไวกิกิไป เอาเท้าสัมผัสทรายและน้ำเย็นเจี๊ยบของมหาสมุทรแปซิฟิก พบว่าน้ำเขาเย็นมากๆ ระดับน้ำใส่น้ำแข็ง แม้แดดจะแรง แต่น้ำเย็นสุดขั้วเมื่อเทียบกับน้ำทะเลบ้านเรา ใครไม่ชินลงไปจะหนาวสั่น ส่วนคลื่นนั้นแรงกว่าบ้านเราเยอะ และน้ำทะเลที่นี่แม้หาดในเมืองก็ใสระดับเกาะสวยๆ บ้านเราเลยทีเดียวครับ 

waikiki

จุดหมายหลักของผมไม่ใช่จะมาชมสาวบิกินี่หรือชมวิว แต่กลิ่นโ,ชั่นอาบแดดและเสียงคลื่นก็พาผมเป๋ไปได้สักพัก นึกขึ้นได้เลยรีบไปทำสิ่งที่ต้องทำ นั่นคือหา Kamaka ของผมเองสักตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยซื้อ Kamaka มือสองมาแล้วตัวนึง แต่มันไม่ใช่โฉมปัจจุบัน เลยคิดว่ามาฮาวายต้องถือกลับบ้านสักตัว และผมทราบมาอีกว่าที่ Kamaka เขาไม่ขายอูคูเลเล่ที่โรงงาน และถึงมาหาตามร้านข้างนอกก็ใช่ว่าจะมีขาย เพราะของมีน้อยตลอดเวลา มาก็หมดครับ



การตกแต่งร้านรวงด้วยธีมอูคูเลเล่หรือสาวฮูล่า สำหรับคนที่นี่คงชาชินจนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเยือนแบบผม มองไปทางไหนก็เจอธีมฮาวาย เป็นความรู้สึกที่ตื่นตาตื่นใจมากๆ ซึ่งเมื่อภายหลังผมมาบ่อยมาก และได้สัมผัสธีมฮาวายเวอร์ชั่นต่างๆ ก็ยังรู้สึกชอบ แต่เจ้าความรู้สึกอเมซิ่งแบบครั้งแรกมันหายไป กลายเป็นความอบอุ่นในหัวใจแทน



ร้านขายของที่ระลึกข้างทางที่เดินผ่าน มีอูคูเลเล่ขายด้วย ราคาเพียง 8.99 เหรียญ มันเหมือนกับอูคูเลเล่ที่มีพ่อค้าหัวใสเอาไปขายที่ไทยราคาเป็นพันๆ ตามกระแสในตอนนั้น ผมหยิบมาเล่น พบว่ามันไม่ใช่เครื่องดนตรี มันแค่มีสี่สาย เอาไว้แขวนตกแต่ง หรือเป็นถ้วยรางวัลที่นำกลับบ้านแล้วบอกคนว่าได้มาจากฮาวาย (แต่พออ่านฉลากจะเห็นว่าเมดอินไชน่า)



ที่ International Market Place ปกคลุมไปด้วยต้นไทนใหญ่ยักษ์ ผมเดินวนหาอูคูเลเล่ละแวกนี้ เจอแต่ของที่ระลึก ไม่มีอูคูเลเล่ดีๆ สักตัว (ปัจจุบันตรงนี้กลายเป็นห้างใหญ่ แต่ต้นไม่ยังอยู่ครบ เพราะเขาสร้างอาคารคร่อมต้นไม้ไปเลย)



ต้นไม้ใหญ่มีอยู่ทุกพื้นที่ ในภาพคือขณะผมเดินไปยัง Royal Hawaiian Shopping Center ริมหาดไวกิกิ



คนแถวนั้นแนะนำให้ผมมาร้านอูคูเลเล่ที่นี่ แต่ผมหิวเลยแวะทานอาหารที่ฟู๊ดคอร์ด ซึ่งมีพี่ผู้หญิงชาวฮาวายเล่นอูคูเลเล่เพลงฮาวายขับกล่อม เคล้าเต้นฮูล่าอยู่พอดี เป็นอาหารมื้อแรกที่ฮาวายที่แม้ไม่ได้หรูหราอะไร แต่มันฟินแล้วสำหรับผม



ในที่สุดผมก็เดินมาจนถึงร้าน Bob's Ukulele ร้านอูคูเลเล่ที่ผมมาแค่ครั้งนี่ครั้งเดียว แล้วไม่ได้กลับมาอุดหนุนหรือรู้จักมักจี่เขาอีกเลย ร้านนี้อยู่ในย่านนักท่องเที่ยว ของเยอะและมี Kamaka HF-1 ที่ผมตามหาด้วย



ผมได้ Kamaka ที่ตามหาสมใจ ตอนนั้นซื้อมาราคาเพียง 600 กว่าเหรียญเท่านั้นเอง (สิบปีผ่านไปราคาของใหม่ขึ้นมาราว 1 เท่าตัว) นี่คือร้านแรกที่ผมมาเยือน ร้านสวยแต่ผมรู้สึกเหมือนว่าที่นี่เป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวเสียมากกว่า คนขายขายแล้วจะไม่ต้องมาพบกันอีก ผมเลยไม่ได้กลับมาซื้อเขาอีกจนปัจจุบัน



Kamaka HF-1 ปี 2010 ของผม ตอนนั้น Kamaka ยังไม่มีฮาร์ดเคสของตัวเอง แต่จะใช้ Coconut Case ให้มาด้วย ที่ฝากล่องจะเป็นรูปลูกมะพร้าว สำหรับอูคูเลเล่ตัวนี้ ผมพาไปหลายแห่งในโลก และเอาให้ศิลปินชั้นนำเซ็นต์เต็มไปหมดทั้งตัว แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีชาวญี่ปุ่นอยากได้ Kamaka ผมเลยขายตัวนี้ให้ไปทั้งๆ ที่มีลายเซ็นต์ที่กว่าจะรวบรวมได้ น่าจะใช้ค่าเดินทางเป็นล้าน ไม่รู้เจ้าของใหม่จะทราบไหมว่าได้สิ่งที่น่าจะมีตัวเดียวในโลกไปในราคาปกติ



พระอาทิตย์จวนจะตก ผมเดินกลับที่พัก เพื่อเอา Kamaka ไปเก็บ ก็พบว่าเดี๋ยวเขาจะมีการแสดงเพลงฮาวายริมหาดไวกิกิ เลยเดินกลับไปหาที่นั่งรอชม



ที่นั่งค่อนข้างเต็ม ผมเลยเลือกไปนั่งฟังข้างหลังศิลปินแทน ผมว่าดีกว่าอีก เพราะเห็นวิวทะเลไปพร้อมๆ กับเสียงเพลงฮาวาย บนหาดไวกิกิ เคล้าสายลมเย็นๆ อากาศสบายๆ และฟรีด้วย ไม่มีอะไรจะฟินได้กว่านี้แล้วสำหรับผม 

puapua ukulele shop

หลังจากดื่มด่ำกับวิวและเสียงเพลงฮาวาย ผมเดินกลับโรงแรมก็มาพบกับป้ายชวนมาเรียนอูคูเลเล่ฟรี ผมเลยเดินตามป้ายเข้าไปในโรมแรมแห่งหนึ่ง และพบกับร้าน Puapua เข้าให้ ร้านนี้ไม่ได้แต่งหรูหราแบบร้านที่แล้ว แต่เพียงเดินเข้าไปผมก็รับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณอูคูเลเล่ เพราะ Ken เจ้าของร้านผมยาวรวบไว้ แต่ตัวเหมือนคนเล่นเซิร์ฟ ต้อนรับอย่างดี เราพูดคุยกันสักพักใหญ่ ผมเล่าให้เขาฟังว่าผมมาจากไหน ทำอะไร Ken รับฟังอย่างสนใจ ตอบคำถามที่ผมมี และยินดีจะให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเกี่ยวกับอูคูเลเล่ 



ร้าน Puapua เป็นร้านที่ผมประทับใจ น่าจะเพราะเขาเอาความเอาใจใส่แบบญี่ปุ่นมาปรับใช้ที่ฮาวาย จากการที่ Ken เป็นคนญี่ปุ่นผู้หลงไหลฮาวายและย้านมาทำร้านอูคูเลเล่ที่นี่ การสอนฟรี "โคตรบีกินเนอร์" ที่ผมให้ใครที่สนใจมาเรียนก็ได้ ก็มาจากที่นี่นี่เอง แถมที่นี่ยังเป็นร้านที่สร้างคนสำคัญในแวดวงอูคูเลเล่ของฮาวายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ Ukulele Store, Ukulele Lab, Shima Ukulele, Mailele Ukulele และอีกมากมาย นี่สิคนอูคูเลเล่ที่ผมตามหา แล้วผมก็เจอตั้งแต่วันแรกจนได้



หลังจากคุยกับ Ken จนเต็มที่ ผมขอตัวออกมาก่อน แล้วจะกลับมาอีกที เพราะผมสนใจอูคูเลเล่เขาหลายตัว ผมเดินออกมาพบว่าถนน Kalakau'a ยามค่ำคืนเต็มไปด้วย street performers มีคนมุงดูเป็นหย่อมๆ ตลอดทาง หนึ่งในนั้นคือสุดยอดมืออูคูเลเล่ Troy Fernandez ผู้มีดีกรีถึงเจ้าของรางวัล Nahoku Awards ซึ่งเปรียบเสมือนแกรมมี่อวอร์ดของฮาวาย มาเล่นให้ดูกันแบบเผาขน ชนิดน้ำลายกระเด็นใส่กันได้เลย ผมยืนดูอย่างน่าทึง ขณะเดียวกันก็มีหนุ่มญี่ปุ่นหัวฟูคนหนึ่งกำลังยืนดูอยู่เช่นกัน ท่าทางเหมือนอยากแจมด้วย มาทราบทีหลังว่าหนุ่มหัวฟูคนนั้นคือ Kyas Ryo ที่ต่อมากลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของผมในโลกอูคูเลเล่ไป 

นี่คือวันแรกของผมในการกลับมาฮาวายครั้งแรกครับ รายละเอียดปลีกย่อยมีอีกบ้างเล็กน้อย แต่เอาประมาณนี้กำลังสนุกครับ ถ้าคุณชอบ โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าวันต่อมาผมจะทำอะไรครับ

ด่อง คนบ้าอูคูเลเล่