Welcome to Ribbee Kumabee Ukulele Online Shop

News — Ukulele

RSS
Kiwaya สำนักอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อายุ 99 ปี

Kiwaya สำนักอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อายุ 99 ปี


ปีหน้าจะครบรอบ 100 ปีของ Kiwaya สำนักอูคูเลเล่ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นผู้ริเริ่มอูคูเลเล่ในญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโน้น ผมเองก็จะได้ไปร่วมงานฉลองของเขาด้วย ซึ่งตามปกติ Kiwaya จะจัดงานประกวดอูคูเลเล่ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นขึ้นทุกสองปี ผมได้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินมาแล้ว 3 ครั้ง ส่วนครั้งนี้ครบ 100 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่พอจะบอกได้ก็คือเขาจะประกวดกันระดับโลกเลย ไม่ได้เจาะจงเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ผมเลยคิดว่าคนชอบอูคูเลเล่น่าจะมาทำความรู้จักกับ Kiwaya กันดีกว่าครับ โดยผมขอเล่าแบบย้อนไปตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม หรือเมื่อเกือบ 1 ศตวรรษที่แล้วเลย

Kiwaya เริ่มต้นกิจการขึ้นมาแม้เกี่ยวข้องกับดนตรี แต่ไม่ได้ทำอูคูเลเล่มาตั้งแต่ต้น เพราะ คิทาโร่ โอคะโมโตะ ผู้ก่อตั้ง เริ่มด้วยการทำร้านซ้อมเครื่องเล่นแผ่นเสียงในปี ค.ศ. 1919 ณ อะซะคุสะ โตเกียว อยู่ราว 20 ปี ก่อนจะเปลี่ยนไปขายแผ่นเสียงเมื่อช่วงยุค 1940’s

การเปลี่ยนแปลงจากร้านแผ่นเสียงสู่ร้านจำหน่ายเครื่องดนตรี เริ่มขึ้นเมื่อทายาทรุ่นที่ 2 ของ Kiwaya เรียวจิ โอคะโมโตะ เข้ามาสืบต่อกิจการจากพ่อของเขาในปี 1957 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มนต์สเน่ห์ของวัฒนธรรมฮาวาย ตั้งแต่แฟชั่น ไปจนถึงระบำฮูล่า และเสียงเพลง ได้เข้ามาสู่ญี่ปุ่น และเป็นที่ชื่นชอบของทุกๆ คน ในระดับโคตรฮิตสะท้านประเทศ แน่นอนว่า อูคูเลเล่ คือสัญลักษณ์ของแฟชั่นและความนำสมัยที่ใครๆ ก็อยากมี (ไม่ต่างจากไทยเมื่อ 10 ปีก่อน จะต่างก็แค่ที่ไทยบ้าแต่อูคูเลเล่ ระบำไม่มา 555 )

ในยุคนั้นใครๆ ทำอูคูเลเล่ขาย ในประวัติศาสตร์ของ Kiwaya เข้าเล่าไว้ว่ายุคนั้นอูคูเลเล่ฮิตมากๆ แม้กระทั่ง โตชิบา บริษัทขายเครื่องไฟฟ้า ก็ผลิตอูคูเลเล่ขายกับเขาด้วย ส่วน เรียวจิ ก็เข้ามาทำอูคูเลเล่ขายกับเขาด้วย โดยให้ชื่อแบรนด์ของอูคูเลเล่ที่เขาทำมาขายว่า Famous โดยตั้งใจให้ชื่อนี้เป็นศิริมงคง เพื่อจะได้กลายเป็นแบรนด์อูคูเลเล่ยอดนิยม แต่พอเขาเริ่มทำ Famous ปุ๊บ กระแสบ้าฮาวายที่ญี่ปุ่นก็ถดถอยลง ตามความเป็นไปของแฟชั่น

ในขณะเดียวกันในทั่วโลก ก็เป็นขาลงของอูคูเลเล่เช่นกัน จากเครื่องดนตรีที่เป็นที่นิยม เป็นพระเอกของเครื่องดนตรี ก็ถูกแทนที่ด้วยกีตาร์ไฟฟ้า และเพลงร็อคแอนโรล จนอูคูเลเล่หายเข้ากลีบเมฆไป ทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจอูคูเลเล่นัก

ย้อนกลับมาที่ญี่ปุ่น หลายๆ คนที่หันมาขุดทองกับอูคูเลเล่ เมื่อกระแสมันหดหาย ก็เลิกราไปหาอย่างอื่นที่อยู่ในกระแสทำกัน ทว่าสำหรับ เรียวจิ เขาได้ตกหลุมรักอูคูเลเล่เข้าแล้ว เขาหันมาขายอูคูเลเล่เพราะเขาชอบของเขาจริงๆ ไม่ได้แห่ตามใครมาขาย ทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าผลิตอูคูเลเล่ขายต่อไป และเดินสายไปปรึกษาหารือกับศิลปินนักดนตรีต่างๆ เพื่อพัฒนาอูคูเลเล่ของเขาให้ดีขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดกลุ่มผู้เล่นอูคูเลเล่ตามเมืองต่างๆ ตลอดจนไปเจรจากับโรงเรียนให้นำอูคูเลเล่มาใช้ประกอบการศึกษาดนตรี ณ ตอนนั้น มีเพียง Kiwaya เท่านั้น ที่ยังยืนหยัดทำกิจการอูคูเลเล่ในประเทศญี่ปุ่น

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้ผลิตอูคูเลเล่ชื่อดังของอเมริกา Martin เลิกผลิตอูคูเลเล่ ผู้คนที่อยากได้อูคูเลเล่คุณภาพดี และได้อรรถรสการเล่นไม่แพ้ Martin ต้องมาเสาะแสวงหาอูคูเลเล่ของ Kiwaya กัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าอูคูเลเล่ของ Kiwaya นั้นดีงามแค่ไหน

เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนช่วงปลายปี 1990’s อูคูเลเล่เริ่มกลับมาฮิตอีกครั้ง การมาครั้งนี้ไม่ได้มากับวัฒนธรรมฮาวาย แต่มาในรูปแบบเครื่องดนตรีที่บรรเลงเพลงแจ๊ส และเพลงป๊อบ

เริ่มมีการนำเพลงที่บรรเลงด้วยอูคูเลเล่มาใช้ประกอบสื่อโฆษณา และความความนิยมในญี่ปุ่นก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้แรงกว่าเดิมมากนัก แน่นอนว่าพอคนญี่ปุ่นนึกถึงอูคูเลเล่ เขาจะนึกถึง Famous ทันที อันนี้เรื่องจริง เพราะที่ร้านริบบี มีลูกค้าญี่ปุ่นหลายราย เข้ามาเพื่อจะซื้อ Famous เท่านั้น แต่อูคูเลเล่ของ Kiwaya ที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ จะติดตรา Kiwaya ทำให้ต้องอธิบายกันยกใหญ่ ว่ามันคืออันเดียวกัน

สู่ทายาทรุ่นที่ 3 ของ Kiwaya ในปี 2002 เคียวโกะ ฮาระ ลูกสาวคนโตของ เรียวจิ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักของ Kiwaya เธอได้ต่อยอดกิจการของตระกูลจากเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอูคูเลเล่ มาเป็นโรงเรียนสอนอูคูเลเล่ โดยผู้สอนระดับแนวหน้าของประเทศ พร้อมกันนี้ยังเปิดพิพิธภัณฑ์อูคูเลเล่แห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่นขึ้นด้วย

เคียวโกะ ได้พาอูคูเลเล่ของญี่ปุ่นไปสู่มิติใหม่ ด้วยการสนับสนุน และผลักดันนักสร้างเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น ให้พัฒนาอูคูเลเล่ชั้นดีออกมา โดยเปิดหนึ่งชั้นในตึกของ Kiwaya ให้พวกเขาเอาอูคูเลเล่ชั้นเลิศนั้น มาวางขาย มีสุดยอดของอูคูเลเล่ไฮเอนด์เชื่อสายญี่ปุ่นถือกำเนิดขึ้นมามากมาย

เคียวโกะยังได้ริเริ่มการประกวดอูคูเลเล่ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นทุก 2 ปี และในการประกวดนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจ และผลิตบุคลากรทางอูคูเลเล่ออกมามากมาย เรียกว่าใครที่เกี่ยวข้องกับอูคูเลเล่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Kiwaya น่าจะไม่มีล่ะครับ เพราะ Kiwaya เป็นผู้สร้างวงการอูคูเลเล่จริงๆ

ในปีหน้านี้ ผมเดาว่าจะมีการสืบทอดทายาทรุ่นที่ 4 เข้ามาดูแล Kiwaya และผมกำลังรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอีกขั้น จากการได้คุยกับพวกเขา จะมีทั้งการพัฒนาให้มีความเป็นนานาชาติ และการใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น คนรุ่นใหม่รุ่นต่อไปกำลังจะเข้ามาพา Kiwaya ไปสู่ศตวรรษที่ 2 แล้ว

ผมในฐานะเพื่อนของพวกเขา ผมรู้สึกตื่นเต้น ไปพร้อมๆ กับรู้สึกว่าผมช่างตัวนิดเดียว เขาอยู่มา 100 ปีแล้ว เนิ่นนาน ยิ่งใหญ่กว่ากันนัก ผมมีอะไรต้องเรียนรู้จาก Kiwaya อีกมากมายจริงๆ และผมก็ภูมิใจที่ Kiwaya เลือกใช้ผมเมื่อถึงเวลาสำคัญ และให้ผมได้เรียนรู้ว่าการเป็นคนอูคูเลเล่ตัวจริงนั้นทำอย่างไร

เล่ามายาว จะบอกคุณว่า Kiwaya หลายรุ่น ตอนนี้มาถึงแล้วนะครับ ที่น่าดีใจคือตอนนี้เขามีรุ่นราคาเบาๆ ด้วย เพียง 5-6,000 บาท ก็ได้อูคูเลเล่ตามสรรพคุณ Kiwaya แล้ว ถ้าได้ลอง คุณจะทราบว่าความเรียบง่ายที่สุนทรีย์นั้นเป็นเช่นไร แล้วพบกันครับ

ด่อง

เครดิตภาพ และข้อมูลจาก คิวายะ
Pictures and story credit : Kiwaya Japan

อภิรักษ์ ศิลปินอูคูเลเล่ของไทย ที่คุณไม่รู้จัก แต่ผมภูมิใจ

อภิรักษ์ ศิลปินอูคูเลเล่ของไทย ที่คุณไม่รู้จัก แต่ผมภูมิใจ

อภิรักษ์เข้ามาในชีวิตผมครั้งแรก ก็เข้ามาที่บ้านผมเลย เพราะเมื่อราว 9 ปีก่อน ผมขายอูคูเลเล่อยู่ที่บ้าน ซึ่งหากใครอยากได้ของดีๆ ในไทยไม่มีที่อื่นอีกแล้ว นอกจากมาหาผม หรือไม่ก็ตีตั๋วเครื่องบินไปหากันเอาตามประเทศเจริญๆ เองได้ ทำให้คนที่ค้นหาอูคูเลเล่ล้วนค่อยๆ เดินทางมาหาผมทีละคนๆ สำหรับอภิรักษ์ เขาคือรายที่ 6 ครับ

ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะขายอูคูเลเล่ แต่หาซื้อที่อยากได้ไม่ได้ เลยไปสั่งมามากมาย ทำให้ตัดสินใจแบ่งคนที่อยากได้ด้วยเลย ตอนนั้นขายในราคาที่ได้มาบวกค่าข้าวผัดกับโอเลี้ยงนิดนึง เรียกว่าขายมั่วซั่วเลยก็ว่าได้ แต่นั่นทำให้ผมได้มิตรภาพเข้ามามากมาย แน่นอน อภิรักษ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเข้ามาประเดิมซื้อตัวโหด ผมซึ่งยังเล่นไม่ได้เรื่อง แต่หัดการเล่นเอาไว้ปาหี่สั้นๆ หลอกคนมาดูยาว 5 วินาที ก็ทำให้เขาศรัทธาอยู่ ส่วนด้านความรู้นั้นมาเต็ม ทำให้ผมขายอภิรักษ์ได้เรื่อยๆ ตัวละอาทิตย์ สองอาทิตย์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ไม่ได้มาเป็นลูกค้า แต่มานี่งเล่นเป็นเพื่อนกัน และยังช่วยแนะนำคนอื่นด้วย

รายนี้เขาฝักใฝ่แนวแจ๊สมาก เพราะเป็นมือกีตาร์แจ๊สมาก่อน ระดับผูกผ้าปิดตาเล่นไฟแล่บ และมีก๊วนของเขาอยู่ 3-4 คน มีพี่โตครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนอูคูเลเล่เรา ป๋าทศผู้แวะเวียนมาตลอด และพี่โอ๋ลูกค้าคนแรกของผม ทุกคนเล่นแนวเดียวกัน จัดเป็นเพลงคนแก่ ซึ่งก็เพราะดี แต่ฟังยากๆ แหวกแนววัยรุ่นไปไกล ผมติดตามดูพวกเขาฝึกเพลงตามต้นตำรับกันตั้งแต่เพิ่งหัด จนลึกล้ำ

จนมาที่สยามสแควร์ อภิรักษ์เริ่มแต่งเพลงของตัวเอง ในแนวเดียวกับเพลงแจ๊สโบราณๆ ที่เขาฝึกเล่น เวลาเขามาที่ร้านผมก็ได้ฟังอยู่ตลอด เพลงเขาเพราะดี ฟังสบายๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกับมัน คาดว่าช่วงชีวิตตอนนั้นของเขา คงมีอะไรเข้ามามากมาย ทำให้แต่งเพลงได้เรื่อยๆ แถมออกมาดีด้วย

และจุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อทางต้นสังกัด สิงโต แจ้งยกเลิกการไปร่วมงานคอนเสิร์ตอูคูเลเล่ใหญ่ที่โตเกียวล่วงหน้าไม่นาน ผมแจ้งทางญี่ปุ่นไป เขาเสียดายมาก เพราะปีก่อนหน้านั้น สิงโต ไปเล่นมาคนชอบมากๆ เขาเลยถามว่าแล้วจะมีศิลปินคนไหนมาแทนได้ เนื่องจากผมอยากให้ไทยมีส่วนร่วมในงานนี้ ผมบอกเขาไปว่ามีทั้งๆ ที่ตอนนั้นผมไม่มีใครอีกเลย ตอนแรกเตรียมจะให้แชมป์อูคูเลเล่เยาวชนไทยไป แต่เขาอยากได้ผู้ใหญ่

วันรุ่งขึ้นอภิรักษ์มาเล่นเพลงของเขาที่ร้านตามปกติ ผมได้ยินก็เกิดแรงบันดาลใจ ชวนเขาให้ไปแสดงญี่ปุ่นกันเลย อภิรักษ์ตอบตกลงแบบงงงง เพราะงานนี้ไม่ใช่งานของหน้าใหม่ แต่เป็นงานที่ใหญ่และเป็นคอนเสิร์ตหลักของวงการอูคูเลเล่ญี่ปุ่น มีศิลปินเจ๋งๆ มาร่วมตลอด เขาเรียกมันว่า อูคูเลเล่ซุปเปอร์แจม

ตั้งแต่ทราบเรื่อง เราเหลือเวลาเพียงสองอาทิตย์
ที่จะสร้างศิลปินอูคูเลเล่ระดับโลกขึ้นมา 1 คน ซึ่งฝีมือนี่ผมไม่ต้องห่วง เขาเจ๋งอยู่แล้ว แต่เราต้องไปทำผลงานออกมาก่อน เลยให้คนในก๊วนแจ๊สของเขานั่นเองช่วยกัน ให้คุณเทพมือกราฟฟิกคู่ใจผมออกแบบปก ส่วนพี่โตเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์อยู่แล้วรับหน้าที่บันทึกเสียง มีคุณทศไปด้วย เป็นเดินทางไปทำอัลบั้มนี้ที่บ้านพี่โตที่ชุมพร ห้องอัดเอาฟูกมาบุๆ แล้วใช้ไมค์ต่อ ipad อัดกันเลย จากนั้นมาอัดเบสโดยตี้เลิฟอีส ที่ห้องของโตนโซฟา ออกมาเป็นเพลงในอัลบั้มเต็มของอภิรักษ์

เพลงที่ทำออกมาเพราะเหลือเชื่อ และไม่อยากเชื่อด้วยว่าอภิรักษ์ใช้เวลาสั้นๆ แต่งเพลงเหล่านั้นออกมาหลากหลายอรรถรส (มีเพลงผมด้วยเอาไปทำบรรเลงให้เต็มๆ) แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกเพลงของอภิรักษ์ไม่มีชื่อ! และด้วยความน่ารักไม่มีอีโก้ของเขา เขายอมให้ผมตั้งชื่อเพลงให้เลยเพราะคิดไม่ออก ผมจึงนำมาฟังแล้วตั้งชื่อเพลงให้ไปหลายเพลงเช่น Blueberry Sky, Siam Square เป็นต้น ซึ่งเป็นเพลงเด่นของเขาเลยทีเดียว

จากนั้นผมก็นั่งเทียนเล่าที่มาที่ไปของแต่ละเพลง ลงบนปกซีดี ซึ่งไม่ได้มั่ว แต่ผมใช้วิธีเข้าไปค้นหาคำตอบในจิตใจของอภิรักษ์มา ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ต้องทำออกมาในเวลาอันสั้น ซึ่งเราก็ได้ซีดีอีลบั้มเต็ม Blueberry Sky ของ Apirak ออกมา พร้อมหอบหิ้วไปญี่ปุ่นให้สมศักดิ์ศรีศิลปินอูคูเลเล่เอกของไทยกัน ซึ่งหนึ่งเดือนก่อนหน้ายังไม่มีตัวตน แต่วันนี้เราไปเป็นตัวแทนชาวไทยกัน

ตัดมาที่เวที ณ สำนักงานใหญ่ของยาคูลที่กินซ่า กลางกรุงโตเกียว แมตช์แรกของ Apirak ได้เกิดขึ้น ในงานที่ศิลปินหลายคนแม้อยู่มานานยังไม่ได้ไป เขาขึ้นไปเล่นเพลง Blueberry Sky และ SiamSquare ของเขา ผมไม่กังวลว่าคนญี่ปุ่นจะชอบไหม เพราะถ้าผมชอบผมเชื่อ เวลาจะดูว่าผู้ฟังที่นั่นชอบไม่ชอบ สำหรับคอนเสิร์ตแบบนี้ เช็คเรตติ้งดูง่ายๆ ถ้าชอบเขาจะตบมือตามจังหวะเพลงอย่างพร้อมเพรียง ถ้าไม่ชอบก็แค่นั่งฟัง

ผมน้ำตาแทบไหล เมื่อคนดูทั้งยาคูลฮอล พากันตบมือตามอภิรักษ์ ที่น่าจะตื่นเต้นอยู่บ้าง และนั่งเล่นอูคูเลเล่อยู่บนเก้าอี้กลางเวที เหมือนฝันไป แต่ตอนนี้อภิรักษ์คือใครสักคนในวงการอูคูเลเล่โลกแล้ว คนญี่ปุ่นบอกว่าพวกเขาชอบแนวเพลงที่อภิรักษ์เล่นมาก แต่ไม่มีใครทำเพลงใหม่ๆ ออกมาเลย ได้แต่ฟังต้นตำรับจากแจ๊สยุค 60’s แต่อภิรักษ์ทำเพลงใหม่แนวเดิมนั่นออกมา เพราะด้วย ฟังง่ายด้วย เขาเลยมีความยินดีมากๆ ที่ได้มาดูกัน

พอหลังจากงานแรกนี้ เรามีต้องไปเล่นที่โอซาก้าอีก ผมกับอภิรักษ์ปรึกษากันและตกลงว่าจะนั่งเล่นไม่ได้ ต้องยืนและขยับไปด้วย มันจะดูสนุกกว่า และแก่น้อยลง ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น เราแสดงที่ไลฟ์เฮาส์ใหญ่ในอะเมมูระ ย่านอเมริกันแถวชินไซบาชิ คนดูชอบอีกเช่นเคย และเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ผมเป็นโปรโมเตอร์ศิลปินที่หาใครเหมือนยาก ส่วนอภิรักษ์กลายเป็นศิลปินอูคูเลเล่แนวหน้าคนหนึ่ง

จากวันนั้นที่ผมพบเขาครั้งแรก ผ่านมา 9 ปีแล้ว ตอนนี้อภิรักษ์ เคยไปปรากฏในนิตยสารอูคูเลเล่ญี่ปุ่น และได้ไปแสดงอีกมากมายหลายที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น และ ฮาวายหลายครั้งหลายครา กระจายไปเล่นต่อหน้าคนนับหมื่นที่เกาหลี เล่นที่ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และ สหรัฐอเมริกา เขากลายเป็นศิลปินที่ คามาค่า สนับสนุน ได้ร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินของอัลบั้มครบรอบ 100 ปี ของ คามาค่า อูคูเลเล่สำนักเก่าแก่ที่สุดของโลก ร่วมกับมืออูคูเลเล่ชั้นแนวหน้าของโลก ทุกวันนี้ไม่แปลกเลยที่จะเห็นคนต่างชาติที่นิยมอูคูเลเล่ เอาเพลงของเขามาคัพเวอร์ มาลงยูทูป หรือนำไปเล่นตามคอนเสิร์ตต่างๆ

ที่เมืองไทย มีไม่กี่คนจะทราบว่าอภิรักษ์นั้น เป็นศิลปินอูคูเลเล่ระดับสร้างความเปลี่ยนแปลงคนหนึ่งของโลก นอกจากวิธีการเล่นของเขามีเอกลักษณ์สูง นั่นคือใช้นิ้วเดียวเล่น แต่ฟังเหมือนมีคนเล่นพร้อมกันสองคน! หรือจะเป็นการนำเพลงแนวที่ไม่มีใครทำใหม่แล้วมาประดับวงการ ให้คนอูคูเลเล่ทั้งโลกได้ฟัง ได้หัดตาม ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเขาถึงมาถึงจุดนี้ได้ และถ้าใครอยากดูเขาเล่น ที่ไทยเขาก็มีเล่นประจำอยู่ ตามผับเก๋ๆ ในกรุงเทพร่วมกับมือกีตาร์ ในนาม Butter Fingers

ผมเคยคิดว่า ถ้า อภิรักษ์ เอาจริงและทำอูคูเลเล่ให้เป็นอาชีพหลัก ออกตระเวณเล่นต่างประเทศ ญี่ปุ่น ฮาวาย อเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย คงจะทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตสงบๆ กับครอบครัวที่เมืองไทย บริหารร้านนวดและบูติกของเขา ทำกราฟฟิคบ้างกรุบกริบ แล้วนานๆ ที ค่อยขอเมียไปแสดงต่างประเทศบ้าง ให้คนหายคิดถึง และกลายเป็นตำนานไปในที่สุด

และสำหรับใครที่ไม่รู้จัก นี่คือบุคคลมีค่าของไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศมาโดยตลอด แต่คนไทยไม่รู้จัก อภิรักษ์ ศิรินันทกุล เพื่อนผมเอง

การเลือกซื้อ อูคูเลเล่ ให้ได้ดั่งใจ

การเลือกซื้อ อูคูเลเล่ ให้ได้ดั่งใจ

แนะนำการเลือกหาอูคูเลเล่ให้เหมาะกับความต้องการ พร้อมชี้ลู่ทางหาข้อมูลเพื่อเช็คว่าอูคูเลเล่แบรนด์ไหนมีคุณภาพ โดยผู้คร่ำหวอดในวงการอูคูเลเล่ที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย
Mainland Ukulele

Mainland Ukulele

เนื่องในการมาอีกครั้งของอูคูเลเล่คุณภาพคับด้าม Mainland
เราขอนำบทความเกี่ยวกับ Mainland Ukulele ที่พี่ด่องแห่งริบบี
เขียนลง
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 4192 มาให้อ่านกันครับ

คอลัมน์ SOUND Delicious

โดย อัษฎา อาทรไผท

อาทิตย์ นี้กลับมาที่เรื่องอูคูเลเล่กันอีกครา เหตุผลที่ผมหยิบเรื่องราว
ขอ
งเจ้าเครื่องสายตัวน้อยนี้มาเล่าอีก ก็เพราะผมได้ค้นพบผู้ผลิตอูคูเลเล่ระดับโปรแบรนด์หนึ่ง
ที่แม้เปิดตัวมาไม่นาน แต่เป็นที่นิยม ผู้คนยอมรับไปทั่วโลก จนเว็บไซต์อูคูเลเล่ชื่อดัง
http://www.ukuleleunderground.com/ ของเซียนอูคูเลเล่ชาวฮาวาย ที่ใครเล่นอูคูเลเล่
เป็นต้อ
งรู้จัก ยังต้องเอ่ยปากชมแล้วชมเล่า ให้ผมจำชื่อได้ จนเป็นเหตุให้ต้องไปค้นหา
ที
่มาที่ไปของมัน ลืมบอกไปว่าทีเด็ด คือ มีคนไทยร่วมเป็นเจ้าของด้วย


แบรนด์ที่ว่านี้คือ Mainland Ukuleles แห่งมลรัฐ Indiana สหรัฐอเมริกา
โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังเพีย
งแค่ 2 ท่าน นั่นคือ Mike Hater พ่อมดแห่งการเซตอัพอูคูเลเล
ที่หันเหจากการทำงานให้คนอื
่น มาเปิดห้างขายอูคูเลเล่เอง และที่สำคัญคือ ภรรยาของเขา
คุณตุ๊กตา สตรีไทยอีกท่านผู้อยู่เบื้อ
งหลังเครื่องดนตรีชิ้นเอกนี้

จาก ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณตุ๊กตา ได้ความว่าทั้งคุณ Mike และคุณตุ๊กตา
เคยอยู่ประเทศไทยมาแล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับไปปักห
ลักที่ Nashville, Indiana
สหรัฐอเมริกา เมื่อทั้งคู่ได้ทราบว่าเมือ
งไทยมีคนเล่นอูคูเลเล่ ก็ดีใจใหญ่ เพราะ
เมื่อสมัยที่พวกเขาอยู
่ประเทศไทย ไม่เคยเห็น และไม่เคยได้ยินใครเล่นเลย
ผมคิดว่าหากสมัยก่อนคนไทยเล
่นอูคูเลเล่ ดีไม่ดี แบรนด์ Mainland นี้อาจเป็นสินค้าไทย
ส่งไปเข
ย่าวงการดนตรีโลกก็เป็นได้

อัน เครื่องดนตรี 4 สายตัวจิ๋วของเขานี้ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เพราะนอกจากจะมีการตกแต่ง
อย
่างสวยงามด้วยการนำไม้ชิ้นเล็ก ๆ มาต่อกันให้เหมือนลายเชือกพันรอบตัวของอูคูเลเล่แล้ว
เขายังเน้นที่เรื่องราคาและ
คุณภาพ โดยสั่งผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ชนิดเกรดเอจากประเทศจีน
ซึ่งเรื่องงานไม้ไม่เป็นรอง
ใครในโลก แล้วนำมาประกอบขั้นสุดท้ายที่เวิร์กช็อปของ Mainland
อย่างประณีตบรรจง ไม่มีอูคูเลเล่ตัวไหนที่ไม่
ได้ผ่านมือของ Mike เขาจะนั่งเล่น
นั่งปรับแต่งไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้สึกได้ถึงมาตรฐา
นระดับ custom shop ที่ทั้งปรับให้เล่นง่าย
และให้เสียงเที่ยงตรงทุกช่อ
งเฟรต



ส่วนไม้ที่ ใช้นั้น เขาเลือกใช้ไม้ mahogany, red cedar และ mango ซึ่งไม่ใช่ไม้
ที่เป็นต้นตำร
ับอย่าง koa ซึ่งปัจจุบันราคาสูงและหายาก แต่สุ้มเสียงของไม้ทั้งสาม
ี่เขาเลือกมาทำอูคูเลเล่ ก็ได้โทนเสียงดีไปอีกแบบ โดย mahogany จะโดดเด่นที่
ความทุ้มลึก เหมาะกับการเอามาเล่นแบบสตร
ัม ในขณะที่ red cedar จะให้เสียงที่พุ่งกว่า
หากชอบแนว finger style จะเข้ากันได้ดี ส่วน mango หรือไม้มะม่วงนั้น
จะให้สุ้มเสียงแหลมบางกว่าเ
พื่อน ได้อารมณ์คล้าย ๆ เสียงจาก koa เรียกว่ามีไม้แค่ 3 แบบ
ก็ครอบคลุมรสนิยมครบเครื่อง
ไปแล้ว และที่สำคัญเขาใช้ไม้ solid ซึ่งก็คือไม้ทั้งดุ้นล้วน ๆ
หาได้มีการเอาไม้อัด ไม้ลามิเนต มาทำแต่ประการใด นั่นแปลว่าเครื่องดนตรีทุกช
ิ้น
หลังจากถูกเล่นไปเป็นปี ๆ เมื่อมีการสั่นสะเทือนจากคล
ื่นเสียงสู่ไม้ ไม้จะมีพัฒนาการ
ทางเสียงขึ้
นเรื่อย ๆ ให้เสียงทีกังวานขึ้นกว่าของใหม่ และนี่คือเสน่ห์ของไม้ solid







เนื่องจากมีพนักงานเพียง 2 ท่านเท่านั้น (ซึ่งก็คือเจ้าของนั่นเอง) Mainland
จึงผลิตอูคูเลเล่ได้ไม่มากน
ัก ล่าสุดที่ผมเห็น เขามีของอยู่ในสต๊อก 200 ตัว
แต่ทั้งหมดนั้นต้องกระจายกั
นไปทั่วโลก เรียกว่าน้อยมาก จนเข้าขั้นขาดแคลนก็ว่าได้
เพราะพวกเขามีทั้งรายการสั่
งซื้อของทั้งโดยตรงและผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

เห็น กิจการของคนไทยในต่างแดน ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกแล้ว อดปลื้มใจไปด้วยไม่ได้ "เพื่อตอกย้ำความเก๋า คุณ Mike ประกาศก้องเป็นสโลแกนของ Mainland Ukuleles
เอาไว้ว่า “Not All Great Ukuleles are Made in Hawaii” หรือแปลเป็นไทยได้ว่า
“อูคูเลเล่เจ๋ง ๆ ไม่ได้ทำที่ฮาวายทุกตัว” แบบนี้ท่านใดเล่นเป็น และอยากพิสูจน์
ก็ขอให้ลองหามาเล่นดูครับ ได้ความอย่างไรบอกกันมาด้วย
นะครับ😀

(หน้าพิเศษ D-Life)

หน้า 14

ภาพประกอบ : ลุง Mike และพี่ด่อง ณ ริบบี สยามสแควร์ ถ่ายไว้เมื่อกลายปีมาแล้ว

Kamaka 100th Anniversary Concert, Part 9

Kamaka 100th Anniversary Concert, Part 9

ศิลปินทั้งหมดขึ้นมาเล่นร่วมกันในช่วงสุดท้าย ผมเห็นเขาเตรียมกันสดๆ หลังเวทีเลย
เพราะแต่ละคนก็เป็นศิลปินดังทั้งนั้น ไม่เคยว่างตรงกัน เลยไม่ได้ซ้อมมาล่วงหน้า
เล่นกันหลังเวทีเลยครับ

Kamaka 100th Anniversary concert's finale.  All artists came on stage
to play together at the end of the show.  Before performing,
they took some selfies! 




 Taimane and Jake...




Full line up of leading Kamaka artists. 




ทุกคนมายืนเล่นกันแบบนี้ ไม่ได้มีให้ดูกันบ่อยๆ ผมเองโชคดีได้ดูทุกครั้ง
ทั้งที่อเมริกา และที่ญี่ปุ่นนี่

Once in a life time concert.  






Chris Kamaka และ Taimane










เพลงสุดท้าย พี่ Jake กระโดดลงไปจับมือผู้ชม พร้อมร้องเพลงด้วยกัน

For the last song Aloha Oe, Jake went down the stage and
held the audiences' hands. 




Kalei โคตรเท่ทุกทีทุกที่ครับ คนนี้ฝีมือไม่เบา มาแรงรุ่นใหม่ ผมดูแลเอง 

Kalei Gamiao, new generation of ukulele artist always look cool on and off stage :) 




Finale...




 All performers took pictures with everyone.






Kamaka 100th Anniversary Concert came to an end. 
It was a memorable event and it's my honor to be there.

Kamaka 100th Anniversary Concert, Part 8

Kamaka 100th Anniversary Concert, Part 8

ศิลปินคนสุดท้ายที่ขึ้นเล่น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Jake Shimabukuro
ศิลปินอูคูเลเล่เบอร์หนึ่งของโลก

The final artist performed at Kamaka 100th anniversary concert was
Jake Shimabukuro, the world's most famous ukulele artist. 



ผมเคยได้จัดคอนเสิร์ตของ Jake ที่กรุงเทพเมื่อสักสามปีก่อน ได้ทำงานกับเขาแล้ว
เห็นเลยว่าเขาเป็นคนติดดินนิสัยดีคนหนึ่ง ทีมงานก็ทำงานด้วยง่าย เป็นความทรงจำที่ดีครับ
สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนั้น หากใครไม่ได้ติดตาม ลองชมคลิ๊ปที่ Jake เขาทำไว้ครับ
เป็นครึ่งหลังของคลิ๊ปข้างล่างนี้ครับ

I had an honor to held his concert in Bangkok a few years ago. 
Jake's a super nice and humble guy who's fun to work with. 
His management team is also nice.  I had a really good memory with them
and you can see it in one of Jakes's wepisode that I posted below.  




Ukulele Thursday Wepisode on Bangkok visit by Jake Shimabukuro.



 เขามาทีไรผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าของเขา

Jake Shimabukuro always shine on stage.  




เขาได้เวลาเล่นนานกว่าคนอื่น เดี่ยวอูคูเลเล่ 40 นาที สะกดคนดูได้ไม่มีเบื่อ
ก่อนที่ทุกศิลปินจะขึ้นมาแสดงร่วมกันในฉากจบ

He performed for about 40 minutes before everyone came together
and play on stage for the finale.  




เขาพูดภาษาญี่ปุ่นกับคนญี่ปุ่น สร้างความประทับใจให้ผู้ชม
(เขาชื่อญี่ปุ่น แต่ที่บ้านไปอยู่อาฮาวายมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ภาษาหลักคืออังกฤษ
พูดญี่ปุ่นคือไปหัดมาครับ)

Jake Shimabukuro spoke Japanese to Japanese audiences. 




ท่าพี่แกเท่ทุกท่า ดูแล้วเพลินครับ

Cool post can be seen throughout his show. 




กูรูรุ่นใหญ่ Bryan Tolentino ขึ้นมาแจมเพลงสุดท้ายด้วย สร้างความประทับใจ
เป็นการปิดท้ายช่วงของ Jake ครับ
 
Bryan Tolentino, ukulele master jammed the last song with Jake.   


To be continued...