Welcome to Ribbee Kumabee Ukulele Online Shop

News

RSS
เปรียบเทียบศักยภาพอูคูเลเล่  aNueNue สี่รุ่นยอดนิยม B Series, K Series, U Series, U Color Series

เปรียบเทียบศักยภาพอูคูเลเล่ aNueNue สี่รุ่นยอดนิยม B Series, K Series, U Series, U Color Series

สำหรับการแสดงค่าศักยภาพอูคูเลเล่ของเรา จะวัดตามมาตรฐานสากล จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสอูคูเลเล่มากมายหลากหลายแบรนด์ โดยหากเป็นอูคูเลเล่ไม่ได้มาตรฐาน ศักยภาพจะอยู่ไม่เกินช่องแรก ฉะนั้นที่ท่านเห็นว่าบางทีบางรุ่นได้แค่ 2 ช่องในชาร์ตของเรา นั่นยังถือว่าหรูหราหมาเห่ากว่าอูคูเลเล่ทั่วไปแล้ว โดยอูคูเลเล่ที่จะได้เต็มในชาร์ตของเรานั้น จะพีคที่อูคูเลเล่ที่ผลิตตามสายการผลิต จะไม่ขอรวมอูคูเลเล่คัสตอมจากผู้สร้างระดับโลก ที่น่าจะทะลุชาร์ตเราไปอีกครับ



B Series หรือ Basic Series เป็นอูคูเลเล่รุ่นเริ่มต้นของ aNueNue สร้างจากไม้ลามิเนตมาฮอกกานีเกรดดี (ให้เสียงดีกว่าโซลิดที่ผิดสเป๊คมากมาย) การออกแบบทำออกมาเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยซีไซน์เก๋ๆ เช่นซาวด์โฮลวงรี บริดจ์ทรงมน และจุดบอกตำแหน่งที่เรืองแสงในที่มืดได้ สำหรับรุ่นนี้ ในราคา 2,900 ถือว่าดีมาก เพราะได้มาตรฐานความเป็นเครื่องดนตรี เล่นง่าย เสียงดังเพราะ มั่นใจได้ว่านำไปเล่นแล้วไม่มีอุปสรรค์จากเสียงเพี้ยนตลอดเวลา เฟร็ทบาดมือ เสียงทึบ หรือกดยาก แถมมาพร้อมกระเป๋าที่หนากว่าปกติ คุ้มค่าในระดับราคา จึงเป็นตัวเลือกที่สถาบันดนตรีชั้นนำหลายแห่งแนะนำให้นักเรียนใช้ 



หากท่านเคยผ่านอูคูเลเล่เริ่มต้นทั่วไปมาก่อน เมื่อได้สัมผัส B Series อาจจะตกใจว่า นี่คือรุ่นเริ่มหรือนี่ ท่านจะพบกับมิติใหม่ของอูคูเลเล่ เทียบเท่าอูคูเลเล่สมัยก่อนในรุ่นที่ราคาสูงขึ้นมา เหตุผลก็คือ aNueNue ไม่ได้หยุดนิ่งเรื่องการผลิต เขามีการอัพเกรดรุ่นต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ในปัจจุบันนี้ รุ่นเริ่มต้นเล่นได้ดีพอๆ กับรุ่นกลางๆ เมื่อ 10 ปีก่อนไปแล้ว ทั้งนี้ต้องให้เครดิตความมุ่งมั่นของ Johnson เจ้าของและผู้ออกแบบ ที่พยายามจะนำ aNueNue ไปเทียบเท่าแบรนด์ระดับโลกให้ได้ ซึ่งล่าสุดก็คว้ารางวัล Best Professional Ukulele Brand จาก Uke Magazine ประเทศอังกฤษไปเรียบร้อย 

aNueNue K Series อูคูเลเล่

aNueNue K Series หรือ Koa Series มองดูเผินๆ แบบไม่คุ้นเคยอูคูเลเล่ อาจจะเห็นว่าหน้าตาเหมือน B Series แต่แท้ที่จริงแล้ว แตกต่างกันประหนึ่งน้ำเปล่าบริสุทธิ์กับน้ำแร่ชั้นดี แน่นอนว่าดีทั้งสองแบบ แต่แบบหลังดีกว่าและเลอค่ากว่า เพราะนอกจากการตกแต่งด้วย binding รอบตัวของรุ่นนี้ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังช่วยให้บอดี้มีความแข็งแรงขึ้น ไม้ที่ใช้ทำยังอัพเกรดจากลามิเนตมาฮอกกานี เป็นลามิเนตอคาเซียโคอะอีกด้วย แน่นอนว่าไม้ที่ใช้เป็นเกรดดีสุดของลามิเนต มีความหนาที่เหมาะที่จะมาทำอูคูเลเล่ จึงให้สุ้มเสียงออกมาดีมาก


สำหรับ K Series นี้ จะมีฟีลการเล่นคล้ายกับรุ่น B Series แตกต่างที่ความสวยงาม โดยเฉพาะรุ่นคอนเสิร์ต หัวจะเป็นแบบ slotted head เพิ่มความเท่ และที่สำคัญความแตกต่างอีกอย่างคือย่านแหลม ที่เพิ่มขึ้นมาได้กลมกล่อมลงตัวกับย่านทุ้ม ทำให้เมื่อเทียบกับรุ่น B Series แล้วจะได้สุ้มเสียงที่อิ่มเอมหัวใจขึ้นมาอีกขั้น



aNueNue U Series อูคูเลเล่

aNueNue U Series คืออูคูเลเล่สายพันธุ์ใหม่จาก aNueNue ที่ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากอูคูเลเล่ตำรับฮาวาย ผสมผสานกับความปราณีตแบบญี่ปุ่น โดยรุ่นนี้ได้ทำมาเพื่อจะมาเป็นรุ่นเริ่มต้นแทนรุ่น B Series หลังจาก aNueNue เปิดตัวที่อเมริกา และมีการเรียกร้องให้สร้างอูคูเลเล่เริ่มต้นในแบบที่คนฮาวายชอบขึ้นมา จึงออกมาเป็น U Series ภายใต้ชีรีย์ Hawaiian Dream ที่ Johnson ได้หลับแล้วฝันไปว่า เขาไปนั่งปิ๊กนิคเล่นอูคูเลเล่อยู่ริมหาดไวกีกิที่ฮาวาย 


ด้วยความที่ออกแบบจากความฝันดังกล่าว กระเป็นของรุ่นนี้จะบุด้านในด้วยลายฟ้าขาว เหมือนผ้าปูปิ๊กนิค ด้านนอกเป็นสีน้ำเงินแทนสีน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิค แค่กระเป๋าก็สนุกและสวยแล้ว มาที่ตัวอูคูเลเล่ รุ่นนี้ได้กลับมาสร้างตามตำรับฮาวาย ซาวด์โฮลเป็นวงกลง บริดจ์เป็นรูปร่างมาตรฐานขึ้น แต่หากสังเกตุดีๆ เขาทำเฟร็ตไว้จรดซาวด์โฮลเลย เพื่อศักยภาพการเล่นที่กว้างขึ้น และการเคลือบผิวสัมผัสของรุ่นนี้ ได้เคลือบด้านแบบอูคูเลเล่ชั้นดีจากญี่ปุ่น ที่เมื่อสัมผัสจะละมุนมือมากๆ และลดกว่าหนาของบอดี้ลงเล็กน้อย เพราะความกระชับมือ Johnson ผู้ออกแบบบอกว่า เขาเน้นความรู้สึกดีของผู้เล่น เมื่อทำออกมาให้ถือจับสบายมือ ก็จะเล่นได้นานขึ้น และมีความสุขขึ้น



หากคุณอยากพบกับอูคูเลเล่ที่เล่นง่าย สบายมือ เสียงดี "จริงจริง" แบบไม่ได้แค่เขียนไว้ล่อใจ มาลองแล้วจะทราบครับ โดยเฉพาะรุ่น U2 สร้างออกมาได้ดีงามไปไกลกว่าราคามากๆ ครับ

aNueNue U Color อูคูเลเล่

aNueNue U Color มาพร้อมสีสันให้เลือก 5 สี ฟ้า ขาว ชมพู เทา และ เหลือง แต่เราคิดว่าเหลืองดูเหมือนไม้สปรุ๊สไป เลยไม่ได้เน้น รุ่นนี้ใช้ไม้หน้า solid spruce ให้เสียงพุ่งแหลมใสเกินใคร โดยจะมีสองเฉดเสียงให้เลือก รุ่นคอขาว(เมเปิ้ล) เสียงจะบางกว่าใสขึ้น รุ่นคอดำ(โรสวู๊ด) เสียงจะหนาใส ซึ่งทั้งสองแบบยังอยู่ในย่านใสหวานทั้งคู่ เราเพียงเปรียบเทียบสองแบบให้พอเห็นภาพ ถ้าชอบความใส ความน่ารัก เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก aNueNue U Color ครับ

อีกความน่ารักของรุ่นนี้คือกระเป๋า ที่ออกแบบมาน่ารักและเท่มากๆ เรียกว่าทั้งอูคูเลเล่และกระเป๋า ได้รับการเอาใจใส่ในการออกแบบอย่างตั้งใจ ให้ออกมาคู่กันอย่างดีงามและลงตัว นี่คือศิลปะที่นำมาเล่นได้อย่างแท้จริงครับ

  • Asada Atornphatai
Kumabee Ukulele Paradise

Kumabee Ukulele Paradise

ที่ Kumabee Ukulele Paradise "เราเอาจริงเรื่องอูคูเลเล่ เพราะอูคูเลเล่คือชีวิตของเรา" นี่ไม่ใช่เวอร์นะครับ พวกเราคือกลุ่มคนที่รักอูคูเลเล่จริงๆ จนอยากใช้ชีวิตให้มีอูคูเลเล่อยู่รอบๆ ตัว จากชอบเล่นเอง ชอบเฟ้นหาอูคูเลเล่คุณภาพดีๆ มาลอง มาเล่น ทำให้ลามปามมาเป็นเอามาแนะนำท่านที่สนใจอูคูเลเล่ด้วย โดยแรกเริ่มเดิมทีมงานของเราคือ Ribbee Ukulele แต่มีการเปลี่ยนแปลงภายในหลายอย่าง ทำให้ปัจจุบันเราคือ Kumabee ครับ

ร้านอูคูเลเล่ คุมะบี Kumabe Ukulele Shop

กฏของเราคือ ถ้าอูคูเลเล่แบรนด์ไหนรุ่นไหนเราลองแล้วเห็นว่าดี ดีระดับที่หากคนที่เรารักอยากเล่นแล้วเราจะแนะนำให้ใช้ เราถึงจะนำมาแนะนำให้ทุกท่าน และหากวันใดเราพบว่ามีอูคูเลเล่ที่ดีกว่าตัวที่เราเคยแนะนำในระดับราคานั้นๆ เราจะเปลี่ยนไปนำเสนอตัวที่ดีกว่าทันที คุณสามารถสบายใจได้ว่า อูคูเลเล่ที่เรานำเสนอทุกระดับราคา เป็นอูคูเลเล่ที่ดีจริงๆ เพราะมีคนบ้าอูคูเลเล่อย่างเราเป็นคนคัดมาให้แล้ว

ร้านอูคูเลเล่ คุมะบี Kumabee Ukulele

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้คัดอูคูเลเล่ที่ไม่เข้าตาออกไปมากมายกว่า 50 แบรนด์ และเก็บแบรนด์และรุ่นที่เราพิสูจน์ว่าดีที่สุดเอาไว้ อาจจะฟังดูเหมือนบ้า ใช่ครับ เราคือคนบ้าอูคูเลเล่ ที่เวลาคัดสรรอูคูเลเล่จะดูที่ คุณภาพเสียงต้องดีสมราคา ไม่ทึบ ไม่เบา ความปราณีตของงาน ลูกบิดตั้งเสียงต้องดีสสมราคา เฟร็ทต้องไม่คม แอ็คชั่นต้องเล่นสบาย เล่นง่าย และที่สำคัญกลิ่นต้องไม่เหม็น เพราะนั่นก็บ่งบอกถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

aNueNue U Color Kumabee Ukulele

เรามีความสุขที่จะช่วยคุณเลือกอูคูเลเล่ แนะนำตั้งแต่ก่อนเลือก ระหว่างเลือก ไปจนถึงหลังจากที่คุณได้อูคูเลเล่ไปแล้ว ก็สามารถสอบถามการดูแลและการเล่นต่างๆ ได้เสมอ หรือหากท่านสนใจจะเรียนเพิ่มเติม ผู้สอนอูคูเลเล่ของเรา ได้รับประกาศนียบัตรการสอนอูคูเลเล่จากสถาบัน JHUI สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมจะเดินคู่กับคุณไปบนถนนสายอูคูเลเล่ไปยาวๆ

ร้านอูคูเลเล่ คุมะบี

นอกจากจะเป็นผู้จัดจำหน่าย aNueNue และ Mainland แบรนด์อูคูเลเล่คุณภาพสูงแล้ว เรายังดูแลอูคูเลเล่ระดับโลกชั้นแนวหน้าจากฮาวายและญี่ปุ่น เช่น Kamaka Kanile'a KoAloha Kiwaya และ Rebel รวมทั้งเป็นเพื่อนกับผู้สร้างอูคูเลเล่คัสตอมจากทั่วโลก เรียกว่าถ้าอูคูเลเล่ไหนดี เราจะพยายามไปเกี่ยวข้องด้วย ทำให้ตลอดปีจะมีอูคูเลเล่ต่างๆ สลับสับเปลี่ยนมาให้เลือกสรรตลอด และอูคูเลเล่ต่างๆ นี้ ปีหนึ่งผลิตได้ไม่มาก จึงทำให้ส่วนใหญ่ของจะขาด เมื่อมาก็มีคนมาพากลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว แต่เราก็พยายามหาอูคูเลเล่ดีๆ มาทดแทนเสมอ

Ribbee Kumabee team

ทีมงานของเราเป็นคนรักอูคูเลเล่จริงๆ ทุกคน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือทำให้อูคูเลเล่มีต่อไปในประเทศไทยอย่างมีมาตรฐาน และด้วยชื่อเสียงของเรา เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะที่นี่มีแต่อูคูเลเล่ดีๆ ครับ 

ติดตามเราได้ที่ Facebook  นะครับ
M's Craft จ้าวแห่งอูคูเลเล่คัสตอมอินเลย์ญี่ปุ่น

M's Craft จ้าวแห่งอูคูเลเล่คัสตอมอินเลย์ญี่ปุ่น

อูคูเลเล่ญี่ปุ่น ตั้งแต่รุ่นทำจีนก็ดีมากแล้ว ยิ่งทำญี่ปุ่นยิ่งดีได้อีก และถ้ายิ่งเป็นอูคูเลเล่ระดับคัสตอมที่ใส่ใจในทุกอณูด้วยแล้ว มันดีงามเหมือนชุดที่ตัดเย็บมาอย่างดี ด้วยเกรดพรีเมี่ยมแสนสบาย ใส่แล้วเดินคล่องแคล่ว สบายตัว แถมยังสวยงามและเลอค่า และครั้งนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง M's Craft ผู้สร้างอูคูเลเล่ที่อินเลย์โหดที่สุดของญี่ปุ่นครับ โดยการเล่าครั้งนี้อูคูเลเล่ที่นำมาให้ชมส่วนมากคือตัวที่เจ้าของอยู่ที่ไทยและผมได้เคยสัมผัสแล้วมาครับ




คุณตาคนนี้คือ Mori-san ผู้สร้างอูคูเลเล่อินเลย์สุดบรรเจิด ในนาม M's Craft หรือแปลง่ายๆ ชื่อนี้ก็คืองานศิลปะของเขานั่นเองครับ สำหรับ Mori-san นั้นเขาเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นมาก่อน แต่ด้วยความที่หลงใหลในฮาวาย แกย้ายไปอยู่ที่ฮาวายและได้เป็นเป็นทีมสร้างอูคูเลเล่ G String แบรนด์ดังของฮาวายที่เคยเทียบเท่า 4 K อันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันเลิกไปแล้ว)  แต่ก็มีโผล่มาเป็นระยะ แบบคัสตอม) มาจนช่ำชอง และเมื่อเขากลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่น คุณตาก็เริ่มสร้างอูคูเลเล่คัสตอมในนาม M's Craft ซึ่งนอกจากจะเล่นดี เสียงดี มีคาแรคเตอร์อูคูเลเล่ญี่ปุ่นกลิ่นอายฮาวายแล้ว ยังประดับอินเลย์ได้จัดจ้านมากๆ ด้วย โดยในปัจจุบันคุณตา More สร้างอูคูเลเล่มาได้ 25 ปีแล้วครับ 



ตอนนี้ Kazuhisa Mori ลูกชายของคุณตาก็มาร่วมสร้างอูคูเลเล่ด้วย ทำให้เรามั่นใจว่า M's Craft มีผู้สืบสานแน่นอน พ่อลูกทั้งคู่ได้ช่วยกันสร้างอูคูเลเล่แจ่มๆ ออกมา จนได้เป็นสมาชิกของ Ukulele Guild Of Hawaii ที่รวมสุดยอดผู้สร้างที่ดีที่สุดของโลก และยังได้รางวัล Best in Show มาแล้วทั้งคู่ จากการโหวตของสมาชิก Ukulele Guild of Hawaii อันทรงเกียรติ

สำหรับ M's Craft เราจะไม่บรรยายถึงเสียงและสัมผัส เพราะมันดีเลิศอยู่แล้วตามปกติของอูคูเลเล่ระดับนี้ แต่เราจะมาชื่นชมงานอินเลย์ที่ไม่ใช่แค่ฝีมือสุดปราณีต แต่เป็นความสวยงามของการดีไซน์ด้วยครับ



อินเลย์ลายเต่าทะเล เล่นกับเนื้อไม้ที่เปรียบเสมือนหาดทรายได้อย่างกลมกลืน



รอบซาวด์โฮลประดับเป็นภาพเกาะหลักทั้งหมดของหมู่เกาะฮาวาย




มีอินเลย์เต่าทะเลประดับสองข้างของบริดจ์ด้วยครับ สำหรับอูคูเลเล่ตัวที่อินเลย์เยอะๆ เขามักติดแบรนด์ Kai ซึ่งแปลว่าทะเล เป็นอีกแบรนด์ของ M's Craft ที่ไม่ต่างอะไรกันครับ (ตัวนี้อยู่ที่ไทยครับ)




ตัวนี้พี่คนหนึ่งอยากได้ธีมเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของญี่ปุ่น คุณตาก็จัดให้อย่างอลังการเลย



Bishamon เทพแห่งสงคราม ปกป้องอันตรายจากปีศาจ และมอบพร 10 ประการ



จากบนมาล่าง M's Craft เก็บเอกลักษณ์ของเทพออกมาได้ปราณีตมากๆ
Jorojin เทพผู้ดื่มไม่รู้จักเมา
Ebisu เทพเจ้าแห่งการประมง
Hotei เทพแห่งความสุขและรู้จักพอ
Daikoku เทพแห่งความมั่งคั่ง



Fukurokuju เทพแห่งความสุข สมบัติ และอายุยืน
Benzaiten เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ



นี่มันอูคูเลเล่แห่งแห่งความมั่งคั่งชัดๆ นี่ครับ ดูอินเลย์จนไม่ได้สนใจไม้หน้า sapwood นี้เลยทีเดียว สำหรับตัวนี้อยู่ไทยครับ



มาดูงานด้านหลังคอกันบ้างครับ เรียกว่าเก็บทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว




สำหรับตัวนี้ มีธีมซามูไรบนไม้ purple heart จะสั่งทำคู่กับอีกตัวที่มีธีมเป็นนินจา แต่ผมหาภาพไม่เจอครับ ขออภัย หากสังเกตุที่อินเลย์รอบซาวด์โฮล สี่เหลี่ยมที่เห็นสี่อันจะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนกองร้อยที่ทหารใช้ครับ



สำหรับตัวนี้มีการเล่นกับซาวด์โฮลที่เว้าเข้าไป และแน่นอนว่าอยุ่ไทยนะครับ



สำหรับหัวจะเป็นไดเมียวที่คุมซามูไรอีกที เขาคิดสัญลักษณ์ประจำตระกูลออกมาคล้ายๆ แต่ไม่เหมือนตระกูลจริงๆ นะครับ




ตัวนี้ผมไป Aomori มาแล้วประทับใจกับงานเทศกาล Nebuta ที่นำโคมขนาดยักษ์ สร้างเป็นตัวอย่างในภาพ มาแห่รอบเมืองกันยิ่งใหญ่ ผมเลยชวนพี่ท่านหนึ่งให้สั่งอูคูเลเล่ไม้ญี่ปุ่น ที่มีอินเลย์เป็นธีมของเทศกาลนี้



ผมชอบมากเวลาอูคูเลเล่ 2 ตัว มีธีมที่เข้ากัน มันสวยเมื่อแขวนเคียงข้างมากๆ ตัวนี้ดูก็รู้ว่าเป็นฝ่ายธรรมะ



มาชมฝ่ายอธรรมกันบ้างครับ 



จะสังเกตุเห็นว่าอูคูเลเล่สองตัวนี้ ไม่จะเป็นสีเดียวกันหมดทุกส่วน นั่นเพราะอูคูเลเล่ทั้งสองตัว แต่ละตัวใช้ไม้ญี่ปุ่นชนิดเดียวกันทั้งตัวสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งพิเศษและราคาสูงกว่าไม้ปกติครับ



คู่นี้เป็นงานคู่อีกเช่นกันครับ เทพสายฟ้า กับเทพสายลม Fujin Raijin 



อูคูเลเล่นี้เกิดจากความประทับใจในภาพวาดในวัดแห่งหนึ่งของผู้สั่ง เลยขอให้ M's Craft สร้างอูคูเลเล่คู่กันให้เพื่อเป็นที่ระลึกที่เป็นเครื่องดนตรีชั่นเลิศด้วย



เทพสายฟ้า ที่มีส่วนที่เป็นผ้าปลิวไปปิดซาวด์โฮลที่เป็นคล้ายหน้าต่างแบบญี่ปุ่นโบราญ 



การเลือกไม้ Koa ที่มี sap ตรงกลางคล้ายสายฟ้าผ่าลงมา เป็นอะไรที่ผมว่าโคตรแจ่มครับ



วางคู่กันก็เป็นแบบนี้ครับ ส่วนตัวกลางคือ Isana พอดีภาพนี้ผมถ่าย 3 ตัวพร้อมกัน เลยมีติดมาครับ อูคูเลเล่ทั้งหมดอยู่ที่ไทยครับ



อูคูเลเล่นี้เป็น 1 ใน งานอูคูเลเล่ 12 ราศรี ที่มีผู้สั่งจากไทยสั่ง ตัวนี้คือปีระกาครับ



ไก่ตัวนี้อลังการไปทั้งตัวครับ



แถมนกกระยากให้ด้วยอีกตัวครับ ดุไปไหน



ตัวนี้ธีมซาฟารี ดูลายยีราฟที่รอบซาวด์โฮลครับ


สิงสาราสัตว์มากันทั้งป่า



ผมชอบการใช้สีของเขาที่สดใสมากๆ นับเป็นคาแรคเตอร์ของเขาเลยครับ



เต็มตัวกับอูคูเลเล่ธีมซาฟารีครับ

มาดูงานอื่นๆ ที่เก่าขึ้นไปของเขาที่เพื่อนผมที่เป็นร้านอูคูเลเล่ที่ญี่ปุ่นส่งมาให้ดูบ้างครับ













งานเก่าๆ ภาพไม่ค่อยชัดครับ ขออภัย เรามาดูงานล่าสุดกันเป็นการปิดท้ายดีกว่า ตัวนี้เป็นอูคูเลเล่ที่ผมกำลังให้ปรับแบบตามใจเจ้าของอยู่ครับ มาชมขั้นตอนการออกแบบกันครับ



หัวใจของอูคูเลเล่ตัวนี้คือตัว Nautilus ที่อยู่ตรงกลางคอครับ โดยให้ธีมรวมเป็นโลกใต้ทะเล



M's Craft ก็ร่างมาให้ชม ว่าจากที่ผู้สั่งต้องการ เขาออกแบบมาให้แบบนี้ มีรายละเอียดเต็มไปหมด

ปลาเล็กปลาน้อยว่ายกระจัดกระจาย ปะปนกับม้าน้ำและราหู โดยมี Nautilus ดูเด่นเป็นสง่า



หัวเป็นแบบนี้ เท่ดีไหมครับ



หลังจากส่งแบบ ผู้สั่งรู้สึกว่าเฟร็ตที่ 1-2 ว่างไป เลยขอให้กระจายปลาเล็กๆ ไปให้ทั่ว เขาได้ส่งมาให้ชมว่า แทนที่กลุ่มปลาน้อยๆ ด้วยเต่าสองตัว และปลาสองตัวดีไหม

ในที่สุดก็ได้แบบล่าสุด ที่พร้อมจะนำไปทำอินเลย์ครับ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดราว 6 เดือน รอไม่ช้าไม่เร็วกำลังดีครับ มาลุ้นกันว่าอีก 6 เดือนจะออกมาสวยขนาดไหน

ซึ่งถ้าเสร็จแล้ว ผมจะเอามาอัพเดตให้บทความนี้สมบูรณ์นะครับ

ตาด่อง คนบ้าอูคูเลเล่

aNueNue อูคูเลเล่หัวก้าวหน้า ที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่

aNueNue อูคูเลเล่หัวก้าวหน้า ที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่

aNueNue ชื่อนี้หากคุณเป็นคนสนใจอูคูเลเล่ จะต้องรู้จัก เพราะอูคูเลเล่ของเขา ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ล้วนมีทั้งความลงตัวในการดีไซน์ ความง่ายในการเล่น และความไพเราะของเสียงที่กลั่นออกมา น่าแปลกนะครับ ที่ไม่ใช่ทุกผู้ผลิตจะทำได้ดีเหมือนกัน อูคูเลเล่ทำด้วยไม้เหมือนกัน แต่สร้างออกมาได้ผลลัพท์ต่างกันอย่างสัมผัสได้ ไม่ต้องเป็นเซียนก็รู้หากได้ลอง


(Johnson แห่ง aNueNue และคลังไม้ solid ของเขา)


เหตุผลง่ายๆ เลยคือ aNueNue เขามีสิ่งแรกที่ต้องเป็นเอง สอนกันไม่ได้ นั่นคือรสนิยม ตามด้วยความเข้าใจในเครื่องดนตรี และความตั้งใจที่จะพัฒนาสิ่งที่เป็นให้ดีขึ้นกว่าเดิม สามสรรพคุณนี้ มีอยู่ในตัว Johnson Liao ผู้ก่อตั้ง aNueNue 


(aNueNue B1)


เรื่องรสนิยม เราจะเห็นทันทีว่าอูคูเลเล่ของเขา แม้แต่ตัวเริ่มต้นอย่างรุ่น B Series ที่ดูแสนจะเพลนๆ แต่ยังแฝงไว้ด้วยดีไซน์ ซาวด์โฮลเป็นวงรี บริดจ์ทรงมน หัวทรงเป็นเอกลักษณ์ และ จุดบอกตำแหน่งที่ดูเผินๆ ก็ปกติ แต่มันเรืองแสงได้ในที่มืด เป็นความพิเศษที่แฝงไว้ในความเรียบง่าย หรือจะเป็นรุ่น U Color ที่ออกแบบมาได้น่ารักตั้งแต่ตัวอูคูเลเล่จรดกระเป๋าใส่ แถมใช้สีตามแคตาลอคของ Pantone ด้วย

 


(aNueNue U Color : Living Coral)

 

 มาถึงรุ่นสูงอย่าง Moonbird ที่ทุกอณูเต็มไปด้วยรายละเอียด ความสวยงาม อย่างมีความหมาย และเลือกใช้ไม้ Spanish Cedar มาทำ bracing เพื่อความหอมของอูคูเลเล่

 


(aNueNue Moonbird)


นอกจากความสวยงามกำลังดี ไม่ดิบเถื่อนจนไม่หยากหยิบ ไม่เวอร์วังจนเลี่ยนของ aNueNue แล้ว เรื่องสัมผัส และ เสียง นั้นถือว่าดีเยี่ยมกว่าค่าตัวของมัน หากเอาอูคูเลเล่ราคาใกล้กันมาเล่นเทียบกันรุ่นต่อรุ่น ยากนักที่จะอูคูเลเล่ที่ลื่นไหลและเสียงเสนาะกว่า aNueNue ทั้งหมดนี้ก็เพราะ Johnson ไม่ได้เป็นแค่คนผลิตอูคูเลเล่ แต่เขาเป็นนักดนตรีผู้ลุ่มหลงการสร้างเครื่องดนตรี สมัยเป็นวัยรุ่นเขาเคยเป็นมือกีตาร์วงดนตรีออกอัลบั้มที่ไต้หวัน โตมาย้ายไปแคนาดาก็ไปร่ำเรียนการสร้างกีตาร์โปร่งมากับปรมาจารย์


(Johnson ถ่ายในงานแต่งงาน สิงโต นำโชค ที่ฮาวาย)


ครั้นพอสนใจจะสร้างอูคูเลเล่ เขาเดินทางไปฮาวาย และได้ชื่อและโลโก้ aNueNue มาจากรูปสลักโบราณบนหิน ซึ่งเป็นรูปเทพเจ้าสายรุ้ง ใช่แล้ว aNueNue แปลว่าสายรุ้ง นี่เอง เขาพบว่าการเล่นอูคูเลเล่เป็นความสนุก และได้สะสมอูคูเลเล่หลากหลายแบบ รวมทั้งงานวินเทจด้วย จนเข้าใจว่า อูคูเลเล่ นั้นเป็นอย่างไร เล่นอย่างไร และต้องสร้างต้องปรับอย่างไรจึงจะออกมาเป็นอูคูเลเล่ที่ดี แน่นอนว่าเขาเล่นเองด้วย จึงสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ผลิตออกมาได้เรื่องหรือไม่ ความเข้าใจในอูคูเลเล่ถึงระดับดีเอ็นเอนี้ ทำให้ได้อูคูเลเล่ที่ดีออกมาอย่างที่เห็น


(aNueNue รุ่น สิงโต นำโชค และหมวกของสิงโต)


แต่แม้อูคูเลเล่ของ aNueNue จะทำออกมาดีอยู่แล้ว เนื่องจาก Johnson มีความตั้งใจจะให้โลกเห็นว่าเครื่องดนตรีของเขาไม่ใช่ของไก่กาอาราเร่ เขาจึงไม่เคยหยุดปรับปรุง ทั้งหน้าตา โครงสร้าง ของอูคูเลเล่ที่เขาทำ แม้บางรุ่นที่ดีอยู่แล้ว เขาก็ยกเลิกการผลิต แล้วแทนที่ด้วยโฉมใหม่ที่อัพเกรดให้ดีกว่าเก่า ตั้งแต่ผมสัมผัสมา ยกตัวอย่างที่รุ่นเริ่มต้นของเขา


(Hulala ที่พัฒนาคู่เคียงมากับอูคูเลเล่ Ribbee)


(Hulala และครูปิงตอนยังเรียนอยู่)

เริ่มจากรุ่น Hulala ที่เป็นตัวเริ่มต้นที่คุณภาพดีสมราคา ชนิดไม่มีใครสู้ได้ เขาอัพเกรดเป็น Aqua ที่ราคาไม่ต่างจากเดิม แต่เสียงดีขึ้น งานดีขึ้น กระเป๋าก็ดีขึ้น


(Aqua)


(ครูปิงและ Aqua)

จากนั้นแม้จะได้รับความนิยมดีอยู่แล้ว เขาก็เปลี่ยนอีกครั้งเป็น Rainbow Series ซึ่งแตกเป็นหลายรุ่น รวมทั้ง B series ตัวเริ่ม ที่เสียง สัมผัสดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด และได้รับความนิยมอย่างมาก


(ครูปิงและ B1)

แต่ล่าสุดเขาเตรียมโฉมที่ 4 ของรุ่นเริ่ม ที่จะมาแทนที่ B Series แล้ว นั่นคือ U Series ที่ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อ aNueNue USA ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีก่อน



ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตบางราย 10 ปีผ่านไปก็ยังผลิตรุ่นยอดนิยมรุ่นเดิมขายอย่างไม่มีการปรับปรุงอะไรเลย ซึ่งเมื่อผมได้ลองก็จะบอกว่าดีเหมือนที่เคยเป็นมา แตกต่างจาก aNueNue ที่พัฒนาจนตัวเริ่มๆ ในปัจจุบัน เล่นได้ดีกว่าตัวกลางๆ ในอดีตเสียอีก แถมราคายังถูกกว่าด้วย


(Johnson กับ ผู้ก่อตั้ง Ukulele Picnic Hawaii, Kamaka และ ผมเอง)


นี่คือเหตุผลที่ทำไม aNueNue ถึงเป็นอูคูเลเล่ที่อยากแนะนำมากๆ ผมไม่ได้ลำเอียง เพราะผมผ่านมาแล้วทุกแบรนด์ ทั้งได้เล่น ได้พูดคุย ได้แก้ปัญหามากมาย ท้ายที่สุดสำหรับอูคูเลเล่ที่มีตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นไฮเอนด์ ผมเชื่อว่า aNueNue คุ้มค่าที่สุด เพราะในอูคูเลเล่หนึ่งตัว จะได้ทั้ง Playability ที่ดีงาม หน้าตาที่มีรสนิยม และเสียงที่ไม่มีทางทำให้ใครผิดหวัง ทุกระดับราคา ด้วยผู้บริหารที่มีทั้งความเข้าใจในการผลิตกับโรงงานที่จีน ความเข้าใจในการสร้างเครื่องดนตรีจากแคนาดา รสนิยมที่ได้อิทธิพลจากภรรยาชาวญี่ปุ่นและตัวเขาเองที่ไปเติบโตในแดนตะวันตก แต่ครอบครัวเป็นคนเอเชีย จึงหล่อหลอม Johnson ทำอูคูเลเล่ได้ดีในแบบที่เป็น


(aNueNue U900 Rabbit)


มีคนถามว่าทำไม aNueNue ไม่ค่อยดังที่อเมริกา คำตอบคือเมื่อแรกเริ่ม aNueNue เคยลองทำตลาดที่อเมริกาแล้ว แต่คนอเมริกันนิยมแบรนด์อเมริกันมากกว่า แม้จะผลิตที่จีนเหมือนกันก็เถอะ ทำให้ในด้านการตลาด ไม่สามารถสู้กับแบรนด์ที่แม้หากเอามาชนกันรุ่นต่อรุ่น aNueNue จะเหนือกว่าทั้งราคาที่ดีกว่าและคุณภาพที่เยี่ยมกว่า แต่ผู้บริโภคเลือกสนับสนุนชาติตัวเองก่อนแน่นอน หลังจากทำตลาดที่อเมริกาได้ระยะหนึ่ง สิ่งที่ทำให้ aNueNue ตัดสินใจถอดสมอออกจากอเมริกาคือปัญหาจากรุ่นที่ขายดีที่สุดของ aNueNue U900 ที่มีคาแรคเตอร์ หมี และ กระต่าย จากญี่ปุ่นเป็นแบบ ออกมาสองรุ่น พร้อมกระเป๋าน่ารัก ขายดิบขายดีมากๆ ในเอเชีย แต่ที่อเมริกากลับมีคำถามถึงสีผิวของกระต่าย ที่ดำปี๋ กับดวงตาขาวโพลนและปากหนาๆ ว่าเข่าข่ายเหยียดสีผิวไหม 

(Kalei และ Corey แห่ง aNueNue USA)


เมื่อวัฒนธรรมแตกต่างในอเมริกา aNueNue จึงหันมาเน้นพัฒนาตลาดที่เอเชีย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย และในจีนเองก็มีความต้องการรุนแรงมากในช่วงหลังมานี้ และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด aNueNue ก็ค่อยๆ เข้าสู่ตลาด ยุโรป ออสเตรเลีย จนในที่สุด aNueNue ก็ตัดสินใจกลับไปลุยที่อเมริกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาส่งแม่ทัพ Kalei Gamiao ศิลปินอูคูเลเล่ชื่อดังมาเป็นผู้บริหาร และเลือกนำเสนอเฉพาะรุ่นที่เหมาะสมกับอเมริกาเท่านั้น  และเท่าที่เห็นจะเน้นรุ่นโหดๆ อย่าง Moonbird มาเป็นตัวชูโรง ซึ่งได้รับความนิยมในผู้เล่นซีเรียสกันแล้ว น่าเสียดายนิดหนึ่งที่เมื่อ aNueNue USA เปิดปุ๊บ COVID19 ก็มาปั๊บ ทำให้เราคงต้องรอไปก่อน (เขียนเดือน พ.ค. 2564) จึงจะเห็น aNueNue แผ่สายรุ้งไปทั่วอเมริกาอย่างเต็มภาค

 
(Johnson กับ aNueNue Custom)


ส่วนตัวผมเอง ได้พบ Johnson ครั้งแรกเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน เมื่อครั้งเขาเริ่มก่อตั้ง aNueNue ผมเองเพิ่งมาสนใจอูคูเลเล่ เมื่อเห็นว่ามีผู้ผลิตใหม่ จึงลองติดต่อดู ตอนนั้น aNueNue ยังตระเวณไปทั่วโลก เพื่อหาตัวแทนจำหน่าย ผมได้คุยกับ Johnson เขาเพิ่งเสร็จจากการไป NAMM Show ที่อเมริกา กำลังจะไปงานแสดงเครื่องดนตรีที่เยอรมัน เขาบอกผมว่าเขาเดินทางโดยการบินไทย ขากลับเดี๋ยวแวะมาเจอ 


(เมื่อครั้งแรกเจอกับ Johnson เมื่อราวปี 2010)


หลังจากนั้นไม่นาน Johnson ก็แวะมาเจอจริงๆ พร้อมอูคูเลเล่ที่ขนกลับเยอรมัน ในนั้นมีรุ่น Papa ที่เป็นรุ่นเริ่มของเขาในตอนนั้น เล่นได้ดีเกินตัวเริ่มของแบรนด์อื่น แถมมีการตกแต่งยิงเลเซอร์ที่สมัยนั้นไม่มีอูคูเลเล่ไหนทำ จัดเป็นอูคูเลเล่ที่ใช้เล่นจริงจังได้เลย (ต่อมาสิงโต นำโชค ก็ใช้รุ่นนี้ในการทัวร์อัลบั้มแรก)​ อีกตัวคือ U900 อูคูเลเล่ทรงสับปะรด หน้าตาการ์ตูนๆ ดูเหมือนของด็กเล่น แต่เมื่อหยิบขึ้นมาเล่นแล้วผมตกใจ เพราะทั้งสองตัวที่เขาเอามา ทั้งสัมผัส สุ้มเสียง มันช่างดีงาม ดีกว่าอูคูเลเล่ราคาใกล้ๆ กันที่แขวนอยู่รอบตัวผมทุกตัว วันนั้น Johnson เล่าเรื่องอูคูเลเล่ต่างๆ นาๆ ให้ฟัง แล้วยังหยิบกีตาร์ของผมมาเซ็ทคอให้ด้วย เห็นเลยว่าเขามีความลุ่มหลงที่จะสร้างอูคูเลเล่ดีๆ อย่างแรงกล้า แถมมีความเข้าใจในเครื่องดนตรี และวัฒนธรรมของมันด้วย วินาทีนั้น ผมก็รู้ตัวทันทีว่า aNueNue นี้ จะต้องเป็นแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ


(พาชมโรงงาน aNueNue)


ว๊าปมาปัจจุบัน aNueNue ยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ ใหญ่กว่าสมัยก่อนเยอะมาก มีโรงงานของตัวเอง มีไลน์ไฮเอนด์ที่ไปได้ปรมาจารย์อูคูเลเล่ Mitsuta ช่วยออกแบบ จนได้อูคูเลเล่ระดับไฮเอนด์ญี่ปุ่น ในราคาเพียงเสี้ยวเดียว แถมเขายังสานฝันออกไลน์กีตาร์ ที่ทำออกมาได้ดีเหมือนครั้งเริ่มทำอูคูเลเล่เลย ด้วยทีมงานระดับพระกาฬ ที่เขาลงทุน R&D ไปมากมาย แต่กีตาร์น่าจะหินกว่ามากสำหรับเวทีโลก เรื่องคุณภาพผมไม่กลัว เพราะได้ลองเล่นแล้วก็พบว่าท้าชนทุกสถาบัน แต่ในโลกกีตาร์เรื่องแบรนด์ก็สำคัญ บางทีคนซื้อเพราะจะโชว์แบรนด์ อันนี้ aNueNue ก็ต้องสร้างชื่อเสียงต่อไป จนถึงวันที่ใครๆ ก็ยอมรับ สายรุ้ง นี้


ด่อง คนบ้าอูคูเลเล่

กำเนิดภารกิจตามรอยอูคูเลเล่ที่ฮาวาย ภาค 1

กำเนิดภารกิจตามรอยอูคูเลเล่ที่ฮาวาย ภาค 1

เมื่อราว 11 ปีก่อน ผมมีความใฝ่รู้ในเรื่องอูคูเลเล่อย่างแรงกล้า (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ต่างจากตอนนี้นักครับ) และเริ่มรู้สึกว่าถ้าหากจะเข้าถึงแก่นของอูคูเลเล่ เราต้องไปเหยียบแผ่นดินกำเนิดของมัน สูดหายใจอากาศฮาวาย จูบหาดทรายไวกิกิ และพบเจอผู้สร้างอูคูเลเล่ในตำนาน แล้วผมคงจะเข้าใกล้อูคูเลเล่มากขึ้น ผมไม่ได้อยากจะเล่นเก่งกาจอะไร แต่อยากจะเข้าใจเครื่องดนตรีนี้อย่างถึงทรวงใน มันคงคล้ายกับคนเคร่งศาสนา ที่ไม่จำเป็นต้องไปบวช แต่ต้องไปให้ถึงแหล่งกำเนิด ผมก็เช่นกันแต่สิ่งที่ผมเคร่งคืออูคูเลเล่ และที่จะเล่าต่อไปนี้คือเรื่องราวจากการเดินทางไปฮาวายเพื่ออูคูเลเล่ครั้งแรกของผม ที่ทำให้ผมได้กลับไปอีกกว่า 30 ครั้งหลังจากนั้น  และเป็นอะไรที่ไม่เคยเล่าให้ใครทราบมาก่อนในรายละเอียดแบบนี้ครับ

เมื่อตั้งใจจะไปฮาวายทั้งที ผมรอไปให้คุ้มค่ากับครั้งแรก ต้องไปช่วง Ukulele Festival Hawaii จะได้ซึบซับกันให้เต็มๆ อัตรา และเมื่อเวลามาถึง ผมก็ขึ้นเครื่องบินไปฮาวายคนเดียว สำหรับทริปแรกนี้ ผมไปแค่ไม่กี่วัน แต่นับเป็นความทรงจำที่ดี ที่ต้อยอดให้ผมเป็นคนบ้าอูคูเลเล่อย่างที่เป็นในวันนี้ มาดูกันครับว่า ผมไปฮาวายครั้งแรก (จริงๆ เด็กๆ เคยไปไปมาก่อนแล้ว แต่อย่านับดีกว่า) เป็นอย่างไร

ฮาวาย สนามบิน

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองร่างยักษ์ถามผมว่ามาทำอะไรที่ฮาวาย ผมบอกทันทีว่ามา Ukulele Festival เขายิ้มแล้วชื่นชม Roy Sakuma ผู้จัด และปั๊มตราให้ผมเข้าอเมริกาอย่างรวดเร็ว หลังจากรับกระเป๋าผ่านศุลกากร ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกมาจากอาคารสนามบิน ผมก็รับรู้ถึงอากาศบริสุทธิ์ แม้จะเจือด้วยกลิ่นน้ำมันรถที่วิ่งไปมาเบื้องหน้าอยู่บ้าง เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปก็พบกับภาพนี้ที่ผมถ่ายไว้ครับ เป็นท้องฟ้าที่สดใส ปุยเมฆเคลื่อนที่เร็วตามกระแสลม และต้นมะพร้าวสูงเสียดฟ้า ให้อารมณ์ต้อนรับสู่ฮาวายจริงๆ ครับ



หลังจากรับรถขับออกมาจากสนามบินแล้ว จุดหมายแรกที่ผมตั้งใจจะไปตั้งอยู่บนถนน South Street ซึ่งในภาพก็คือถนนดังกล่าวในขณะที่ผมกำลังขับรถไปด้วยความตื่นเต้น 

Kamaka โรงงานอูคูเลเล่

บนถนนเส้นนี้ ณ บ้านเลขที่ 550 South Street เป็นที่ตั้งของโรงงาน Kamaka ผู้สร้างอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีตัวตนอยู่ และเป็นมรดกของฮาวายด้วย เมื่อมาถึงฮาวาย ผมขอมาที่นี่ก่อนที่ไหน ขอมาเห็นโรงงาน Kamaka กับตา แม้ไม่ได้เข้าก็เถอะ ใช่ครับ ผมยังไม่ได้เข้าไป เพราะทัวร์โรงงานต้องมาตามเวลาที่เขากำหนด ซึ่งผมแพลนไว้แล้ว แต่สำหรับห้วงแรกที่มาเหยียบฮาวาย ผมต้องมาสูดลมหายใจที่นี่ก่อน ภาพที่เห็นคือภาพที่ผมถ่ายไว้เมื่อครั้งนั้น ขณะค่อยๆ ขับรถผ่านสถานที่ในฝันของผม

Kalakau'a ave

จากนั้นผมมุ่งหน้าสู่ที่พัก ซึ่งสำหรับมือใหม่ การอยู่แถวๆ หาดไวกิกิสะดวกสุด เพราะอะไรๆ ก็อยู่แถวนั้น และ Ukulele Festival ก็จัดที่สวนสาธารณะใกล้ๆ กัน บรรยากาศของถนน Kalakau'a คนฮาวายอ่านประมาณว่า คาลาเคาอะ ทอดยาวเลียบโรงแรม ร้านค้า ริมหาดไวกิกิไปจรดสวนสาธารณะ Queen Kapiolani ร่มรื่นมากด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่ผลิดอกสวยงาม สลับบกับต้นมะพร่าวสูงไปตลอดทาง

Waikiki

เมื่อนำรถไปจอดและเช็คอินที่พักเสร็จ ผมออกเดินสำรวจย่านไวกิกิทันที อากาศเย็นสบายกำลังดี แดดจ้า ฟ้าใส ผู้คนเดินไปมา บางคนมาเล่นเวิร์ฟ บางคนมาอาบแดด นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินเต็มไปหมด ทุกคนไม่หลุดธีม แต่งตัวสไตล์ฮาวายกันหมด 

Kalakau'a Ave, Waikiki

ถนน Kalakau'a นี้ ตั้งตามชื่อพระราชาคาลาเคาอะ ผู้ทำให้อูคูเลเล่กลายเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติของฮาวาย และเป็นพระราชาองค์สุดท้ายของฮาวายเช่นกัน ว่ากันว่าท่านเป็นคนรักสนุกชอบรื่นเริงมากๆ จนท่านได้สมยานามว่าเป็น Merry monarch (คิงที่ร่าเริง) ของฮาวายไป 



ต้นไทรขนาดใหญ่เป็นเรื่องปกติของที่นี่ และไม่มีใครมาบุชาสิ่งศักดิสิทธิอะไร แต่จะมีเด็กๆ พากันมาปีนโหนเถาวัลย์เล่นบ้าง มาทำเป็นชิงช้าบ้าง หรือบางทีก็เป็นที่พักพิงของคนไร้บ้านด้วย ผมเคยคุยกับเพื่อนฮาวาย เขาบอกว่าจุดหมายของคนไร้บ้านที่อเมริกาแผ่นดินใหญ่คือฮาวาย เพราะอากาศดีตลอดปี ไม่ต้องผจญความหนาวเหน็บในฤดูหนาว ฉะนั้นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของฮาวายคือ ที่นี่มีคนไร้บ้านเยอะมาก ซึ่งหลายคนก็มีงานทำ แต่แค่ไม่มีบ้าน อาศัยใช้ห้องน้ำสาธารณะ หรือจุดอาบน้ำนักท่องเที่ยวแทน แต่เขาจะอยู่เป็นแหล่งๆ ไป เนื่องจากมีการจัดสรรให้ไม่คลาคล่ำจุดท่องเที่ยวจนเกินไป

 waikiki

ผมเดินเลียบหากไวกิกิไป เอาเท้าสัมผัสทรายและน้ำเย็นเจี๊ยบของมหาสมุทรแปซิฟิก พบว่าน้ำเขาเย็นมากๆ ระดับน้ำใส่น้ำแข็ง แม้แดดจะแรง แต่น้ำเย็นสุดขั้วเมื่อเทียบกับน้ำทะเลบ้านเรา ใครไม่ชินลงไปจะหนาวสั่น ส่วนคลื่นนั้นแรงกว่าบ้านเราเยอะ และน้ำทะเลที่นี่แม้หาดในเมืองก็ใสระดับเกาะสวยๆ บ้านเราเลยทีเดียวครับ 

waikiki

จุดหมายหลักของผมไม่ใช่จะมาชมสาวบิกินี่หรือชมวิว แต่กลิ่นโ,ชั่นอาบแดดและเสียงคลื่นก็พาผมเป๋ไปได้สักพัก นึกขึ้นได้เลยรีบไปทำสิ่งที่ต้องทำ นั่นคือหา Kamaka ของผมเองสักตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยซื้อ Kamaka มือสองมาแล้วตัวนึง แต่มันไม่ใช่โฉมปัจจุบัน เลยคิดว่ามาฮาวายต้องถือกลับบ้านสักตัว และผมทราบมาอีกว่าที่ Kamaka เขาไม่ขายอูคูเลเล่ที่โรงงาน และถึงมาหาตามร้านข้างนอกก็ใช่ว่าจะมีขาย เพราะของมีน้อยตลอดเวลา มาก็หมดครับ



การตกแต่งร้านรวงด้วยธีมอูคูเลเล่หรือสาวฮูล่า สำหรับคนที่นี่คงชาชินจนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเยือนแบบผม มองไปทางไหนก็เจอธีมฮาวาย เป็นความรู้สึกที่ตื่นตาตื่นใจมากๆ ซึ่งเมื่อภายหลังผมมาบ่อยมาก และได้สัมผัสธีมฮาวายเวอร์ชั่นต่างๆ ก็ยังรู้สึกชอบ แต่เจ้าความรู้สึกอเมซิ่งแบบครั้งแรกมันหายไป กลายเป็นความอบอุ่นในหัวใจแทน



ร้านขายของที่ระลึกข้างทางที่เดินผ่าน มีอูคูเลเล่ขายด้วย ราคาเพียง 8.99 เหรียญ มันเหมือนกับอูคูเลเล่ที่มีพ่อค้าหัวใสเอาไปขายที่ไทยราคาเป็นพันๆ ตามกระแสในตอนนั้น ผมหยิบมาเล่น พบว่ามันไม่ใช่เครื่องดนตรี มันแค่มีสี่สาย เอาไว้แขวนตกแต่ง หรือเป็นถ้วยรางวัลที่นำกลับบ้านแล้วบอกคนว่าได้มาจากฮาวาย (แต่พออ่านฉลากจะเห็นว่าเมดอินไชน่า)



ที่ International Market Place ปกคลุมไปด้วยต้นไทนใหญ่ยักษ์ ผมเดินวนหาอูคูเลเล่ละแวกนี้ เจอแต่ของที่ระลึก ไม่มีอูคูเลเล่ดีๆ สักตัว (ปัจจุบันตรงนี้กลายเป็นห้างใหญ่ แต่ต้นไม่ยังอยู่ครบ เพราะเขาสร้างอาคารคร่อมต้นไม้ไปเลย)



ต้นไม้ใหญ่มีอยู่ทุกพื้นที่ ในภาพคือขณะผมเดินไปยัง Royal Hawaiian Shopping Center ริมหาดไวกิกิ



คนแถวนั้นแนะนำให้ผมมาร้านอูคูเลเล่ที่นี่ แต่ผมหิวเลยแวะทานอาหารที่ฟู๊ดคอร์ด ซึ่งมีพี่ผู้หญิงชาวฮาวายเล่นอูคูเลเล่เพลงฮาวายขับกล่อม เคล้าเต้นฮูล่าอยู่พอดี เป็นอาหารมื้อแรกที่ฮาวายที่แม้ไม่ได้หรูหราอะไร แต่มันฟินแล้วสำหรับผม



ในที่สุดผมก็เดินมาจนถึงร้าน Bob's Ukulele ร้านอูคูเลเล่ที่ผมมาแค่ครั้งนี่ครั้งเดียว แล้วไม่ได้กลับมาอุดหนุนหรือรู้จักมักจี่เขาอีกเลย ร้านนี้อยู่ในย่านนักท่องเที่ยว ของเยอะและมี Kamaka HF-1 ที่ผมตามหาด้วย



ผมได้ Kamaka ที่ตามหาสมใจ ตอนนั้นซื้อมาราคาเพียง 600 กว่าเหรียญเท่านั้นเอง (สิบปีผ่านไปราคาของใหม่ขึ้นมาราว 1 เท่าตัว) นี่คือร้านแรกที่ผมมาเยือน ร้านสวยแต่ผมรู้สึกเหมือนว่าที่นี่เป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวเสียมากกว่า คนขายขายแล้วจะไม่ต้องมาพบกันอีก ผมเลยไม่ได้กลับมาซื้อเขาอีกจนปัจจุบัน



Kamaka HF-1 ปี 2010 ของผม ตอนนั้น Kamaka ยังไม่มีฮาร์ดเคสของตัวเอง แต่จะใช้ Coconut Case ให้มาด้วย ที่ฝากล่องจะเป็นรูปลูกมะพร้าว สำหรับอูคูเลเล่ตัวนี้ ผมพาไปหลายแห่งในโลก และเอาให้ศิลปินชั้นนำเซ็นต์เต็มไปหมดทั้งตัว แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีชาวญี่ปุ่นอยากได้ Kamaka ผมเลยขายตัวนี้ให้ไปทั้งๆ ที่มีลายเซ็นต์ที่กว่าจะรวบรวมได้ น่าจะใช้ค่าเดินทางเป็นล้าน ไม่รู้เจ้าของใหม่จะทราบไหมว่าได้สิ่งที่น่าจะมีตัวเดียวในโลกไปในราคาปกติ



พระอาทิตย์จวนจะตก ผมเดินกลับที่พัก เพื่อเอา Kamaka ไปเก็บ ก็พบว่าเดี๋ยวเขาจะมีการแสดงเพลงฮาวายริมหาดไวกิกิ เลยเดินกลับไปหาที่นั่งรอชม



ที่นั่งค่อนข้างเต็ม ผมเลยเลือกไปนั่งฟังข้างหลังศิลปินแทน ผมว่าดีกว่าอีก เพราะเห็นวิวทะเลไปพร้อมๆ กับเสียงเพลงฮาวาย บนหาดไวกิกิ เคล้าสายลมเย็นๆ อากาศสบายๆ และฟรีด้วย ไม่มีอะไรจะฟินได้กว่านี้แล้วสำหรับผม 

puapua ukulele shop

หลังจากดื่มด่ำกับวิวและเสียงเพลงฮาวาย ผมเดินกลับโรงแรมก็มาพบกับป้ายชวนมาเรียนอูคูเลเล่ฟรี ผมเลยเดินตามป้ายเข้าไปในโรมแรมแห่งหนึ่ง และพบกับร้าน Puapua เข้าให้ ร้านนี้ไม่ได้แต่งหรูหราแบบร้านที่แล้ว แต่เพียงเดินเข้าไปผมก็รับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณอูคูเลเล่ เพราะ Ken เจ้าของร้านผมยาวรวบไว้ แต่ตัวเหมือนคนเล่นเซิร์ฟ ต้อนรับอย่างดี เราพูดคุยกันสักพักใหญ่ ผมเล่าให้เขาฟังว่าผมมาจากไหน ทำอะไร Ken รับฟังอย่างสนใจ ตอบคำถามที่ผมมี และยินดีจะให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเกี่ยวกับอูคูเลเล่ 



ร้าน Puapua เป็นร้านที่ผมประทับใจ น่าจะเพราะเขาเอาความเอาใจใส่แบบญี่ปุ่นมาปรับใช้ที่ฮาวาย จากการที่ Ken เป็นคนญี่ปุ่นผู้หลงไหลฮาวายและย้านมาทำร้านอูคูเลเล่ที่นี่ การสอนฟรี "โคตรบีกินเนอร์" ที่ผมให้ใครที่สนใจมาเรียนก็ได้ ก็มาจากที่นี่นี่เอง แถมที่นี่ยังเป็นร้านที่สร้างคนสำคัญในแวดวงอูคูเลเล่ของฮาวายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ Ukulele Store, Ukulele Lab, Shima Ukulele, Mailele Ukulele และอีกมากมาย นี่สิคนอูคูเลเล่ที่ผมตามหา แล้วผมก็เจอตั้งแต่วันแรกจนได้



หลังจากคุยกับ Ken จนเต็มที่ ผมขอตัวออกมาก่อน แล้วจะกลับมาอีกที เพราะผมสนใจอูคูเลเล่เขาหลายตัว ผมเดินออกมาพบว่าถนน Kalakau'a ยามค่ำคืนเต็มไปด้วย street performers มีคนมุงดูเป็นหย่อมๆ ตลอดทาง หนึ่งในนั้นคือสุดยอดมืออูคูเลเล่ Troy Fernandez ผู้มีดีกรีถึงเจ้าของรางวัล Nahoku Awards ซึ่งเปรียบเสมือนแกรมมี่อวอร์ดของฮาวาย มาเล่นให้ดูกันแบบเผาขน ชนิดน้ำลายกระเด็นใส่กันได้เลย ผมยืนดูอย่างน่าทึง ขณะเดียวกันก็มีหนุ่มญี่ปุ่นหัวฟูคนหนึ่งกำลังยืนดูอยู่เช่นกัน ท่าทางเหมือนอยากแจมด้วย มาทราบทีหลังว่าหนุ่มหัวฟูคนนั้นคือ Kyas Ryo ที่ต่อมากลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของผมในโลกอูคูเลเล่ไป 

นี่คือวันแรกของผมในการกลับมาฮาวายครั้งแรกครับ รายละเอียดปลีกย่อยมีอีกบ้างเล็กน้อย แต่เอาประมาณนี้กำลังสนุกครับ ถ้าคุณชอบ โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าวันต่อมาผมจะทำอะไรครับ

ด่อง คนบ้าอูคูเลเล่


Ukulele ตกลงมันเรียกว่าอะไรกัน?

Ukulele ตกลงมันเรียกว่าอะไรกัน?

อูคูเลเล่เริ่มมีตัวตนในประเทศไทยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาได้กว่า 12 ปีแล้ว แต่เป็นเรื่องประหลาดที่ยังพบว่าเรียกกันไปต่างๆ นาๆ บางแบบก็พอได้ บางแบบนี่ออกนอกลู่นอกทางไปเลย ซึ่งพบได้บ่อยมากๆ ครับ สำหรับหลายๆ ท่านที่อ่านบทความนี้ เปิดใจสักนิด แล้วมาดูกันครับว่า Ukulele ตกลงมันเรียกว่าอะไรกัน ซึ่งจะเรียกอย่างไรก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าจะเรียกให้ได้เหมือนต้นกำเนิดจริงๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่ดี เหมือนเวลาคนเรียกชื่อเรา ถ้าเรียกชัดหน่อย เราก็หัน บางทีคนต่างชาติพยายามเรียก แต่เรียกสำเนียงเพี้ยนไปมาก เรายังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกเรา

สำหรับ Ukulele เริ่มต้นเลย วิธีที่เรียกผิดอย่างไม่ต้องสงสัยคือที่สุดคือ เรียก Ukulele ว่า "กีตาร์"!!! ใช่ครับ มีคนเรียก Ukulele ว่ากีตาร์อยู่ ผมโดนเองมากับตัวเอง แถวโดนในกองถ่ายทำชุดสื่อการสอน Ukulele แบบเป็นเรื่องเป็นราวด้วย ส่วนที่เจอบ่อยๆ อีกแบบก็มี "กีตาร์จิ๋ว" ซึ่งถ้ากีตาร์จิ๋ว มันต้องมีหกสาย ตัวเล็กๆ ใกล้เคียงสุดอาจเป็น Guitarlele แต่ไม่ใช่ Ukulele แน่ๆ

มาถึงตรงนี้ ผมมักโดนบ่นว่าอย่าไปซีเรียสนักเลย กับแค่การเรียกชื่อผิดแค่นี้ ผมเลยต้องตั้งคำถามว่า ถ้ามีคนมาเรียกเราที่เป็นคนไทย เป็นคนชาติอื่น เราก็ต้องรีบบอกเขาให้เรียกให้ถูกใช่ไหมครับ แต่นี่มันแตกต่างยิ่งกว่าคนละชาติ มันคือคนละสายพันธุ์เสียยิ่งกว่า คน กับ คิงคอง อีก เพราะคนกับคิงคอง มีสองมือ สองเท้า เหมือนกัน แต่ Ukulele มี 4 สาย และ กีตาร์มี 6 สาย ต่างกันกว่าอีกนะครับ


(บู๊ทที่ผมได้เมื่อครั้งไปเผยแพร่ Ukulele ที่ Music Fair มาถึงงานผมตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้)

อีกหนึ่งตัวอย่างที่พอผมได้ยิน ผมจะนึกไปถึง Ukulele ยี่ห้อหนึ่งของลุง Todaro ผู้ผลิตอูคูเลเล่แบรนด์ Akulele หรือ "อะคูเลเล่" นี่เอง ซึ่ง "อะคูเลเล่" นี่คือชื่อแบรนด์   Ukulele แบรนด์หนึ่ง แต่ไม่ใช่ชื่อเครื่องดนตรีนี้ ซึ่งมันก็คือ Ukulele ที่ลุง Todaro ให้ช่างที่อเมริกาใต้สร้างขึ้นมาด้วยการคว้านไม้ แทนที่จะเอาไม้มาประกอบกัน ผมเดาว่าน่าจะเป็นช่างทำ Charango เครื่องดนตรีเครือญาติห่างๆ ของ Ukulele 

สำหรับ Akulele ผมมั่นใจว่าน่าจะไม่มีใครรู้จักเจ้า Ukulele แบรนด์นี้นักแน่ๆ เมืองไทยก็อาจจะไม่มีแบรนด์นี้สักตัว เพราะตอนผมไปเจอลุง Todaro ที่อเมริกา ลุงมักของหมดตลอด และไม่ค่อยสนใจจะส่งของข้ามโลกนัก 

akulele 

ด้านหน้าของ Ukulele ยี่ห้อ อะคูเลเล่ 

akulele

ด้านหลังของ Ukulele ยี่ห้อ อะคูเลเล่



ภาพลุง Todaro ที่ผมตั้งใจเดินไปหาที่บู๊ทใน NAMM Show เพื่อสัมผัส อะคูเลเล่สักครั้ง และนำช้างไม้ไปมอบให้แก (ในมือ) ผมไปคนเดียวเลยถ่ายภาพนี้ไว้เมื่อปี 2011 ยุคนั้นเซลฟี่ไม่มี เพราะใช้กล้องถ่ายรูปอยู่เลยครับ

เล่าเสียยืดยาวเพียงเพื่อจะบอกว่า อะคูเลเล่ มันหมายถึงเจ้าตัวที่เห็นในภาพข้างบนนี้เท่านั้น อาจจะมีรุ่นอื่นบ้าง แต่จะเป็นผลผลิตของลุง Todaro เท่านั้น ผมไม่ทราบว่าทำไมชาวไทยทำให้ยี่ห้อแกดังข้ามทวีปทั้งๆ ที่ไม่ได้โปรโมทใดๆ เลย ถ้าแกรู้คงดีใจ จริงๆ ผมก็ผ่านบู๊ทแกทุกปี แต่หลังๆ ไม่ได้แวะคุยแล้ว เพราะเสียง อะคูเลเล่ตำรับนี้ สำหรับผมไม่ถูกใจ

คราวนี้มาถึงออริจินัลกันครับ มาฮาวายกันเลย ที่นี่เป็นที่แรกเริ่มกำเนิด Ukulele และเขาเรียกมันว่า "อูคูเลเหล่" ซึ่งมีการเน้นออกเสียงในรูปแบบของเขา แต่ผมเอามาเขียนว่า "อูคูเลเล่" เพราะรู้สึกว่าใกล้ๆ เคียง และฟังดูน่ารักดี ทั้งการเขียนการอ่าน ผมว่าเหมาะสมกับภาษาไทย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นคนแรกไหม แต่ตั้งแต่แรกเริ่มเลย ผมก็เรียกแบบนี้ และเขียนแบบนี้ ซึ่งคนแรกๆ ของวงการยุคปัจจุบันก็น่าจะผมนี่แหละครับ ส่วนในยุคโบราณสมัยก่อนเขาเรียกมันแบบคนไทยเรียกเองว่า คอร์ดน้อยบ้าง กีตาร์ฮาวายบ้าง ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริงๆ ของมัน

มาฟังวิธีเรียก อูคูเลเล่ แบบ ฮาวาย กันครับ



จะเห็นว่าออกเสียงว่า "อู คู เล เหล่" หรือบางทีก็ "อู คู เล้ เหล่" แล้วแต่รูปประโยคครับ  นี่คือวิธีเรียกที่แท้จริง โดยคำว่า อูคู แปลว่าหมัด (ตัวหมัดแบบบนหมา) เลเหล่ แปลว่า กระโดด รวมกัน อูคูเลเหล่ แปลว่า หมัดกระโดด ซึ่งคือความหมายของคำว่า Ukulele ที่เรียกชื่อตามที่คนฮาวายเห็นผู้เล่นอูคูเลเล่ใช้นิ้วขยับไปมาบนคออูคูเลเล่ คล้ายตัวหมัดกระโดด จึงได้ชื่อนี้มา ซึ่งเท่าที่พบมา คนฮาวายจะไม่ค่อยปลื้มกับสำเนียงเรียก อูคูเลเล่ ของ อเมริกัน หรือ อังกฤษ นัก เพราะมันผิดเพี้ยนไปมาก จนความหมายไม่ได้

คราวนี้มาดูคนอเมริกันเรียกกันบ้างครับ ชาวอเมริกันหรือคนอินเตอร์ทั้งหลาย เวลาเรียกอะไรที่มาจากภาษาต่างชาติ มักออกเสียงตามสะดวก จนบางทีฟังแทบไม่รู้ว่าจริงๆ กำลังเรียกอะไรอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ คาราโอเกะ กลายเป็น คารีโอกี่ หรือเอาใกล้ๆ ตัวอย่าง บางกอก ก็เป็น แบงค็อค ซึ่งพอมาถึงคราวของ อูคูเลเล่ (ขอเขียนแบบนี้นะครับ เพราะที่ไทยมันแบบนี้) ก็กลายเป็น ยู คา เล ลี่ ไปโดยปริยาย ฟังดูน่ารัก แต่จริงๆ ผิดนะครับ ทว่าคนเรียกเยอะจนมันกลายเป็นถูก แต่หากคุณก้าวเท้าเหยียบเกาะฮาวาย มันคือ อูคูเลเหล่ ครับ ส่วนคนอังกฤษ ออสเตรเลีย เท่าที่ผมเจอจะเรียกแบบอเมริกันบ้าง เรียก ยู คา ลี ลี่ บ้าง ยู คี ลี ลี บ้าง แต่บางคนที่เข้าถึงฮาวาย และเคารพชื่อจริงๆ ของอูคูเลเล่ ก็เรียกแบบดั้งเดิมก็มี



สำหรับเรื่องการเรียกที่เพี้ยนไปของผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก มีคนฮาวายเชื้อสายเอเชียเคยเอามาถกเถียง ถ้าสนใจเชิญคลิ๊ปนี้ครับ

ขอกลับมาที่ไทยครับ ผมมีเรื่องติดค้างคาใจอยู่เรื่อง นั่นคือใน wikipedia ของไทย ได้มีการระบุว่า อูคูเลเล่ เรียกว่า "อูกูเลเล" ซึ่งผิดอย่างแน่นอน เนื่องจากภาษาฮาวายไม่มีเสีย ก เขามีแต่เสียง ค และตัว K นั้นต้องใช้ ค ควาย ล้วนๆ ไม่มีการออกเสียง กอไก่ แน่ๆ ครับ ผมเคยพยายามเข้าไปแก้ไขแล้วไม่สำเร็จ มันผิดทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่เรียกตามแบบอเมริกัน 



ส่วนจะเขียน เลเล ลงท้าย อันนี้ผมไม่ติดขัด ในใจนั้นติด แต่ครูบอลผู้เคยเป็นกองบ.ก. นสพ. ดังมาก่อน ตอนแกออกหนังสือก็ยังเขียน อูคูเลเล แบบไม่มีไม้เอก แกเรียนเอกภาษาไทยมา น่าจะเป็นวิธีเขียนตามหลักการที่เขาสอนกันมา ผมก็เสียดาย ภาษาไทยเขียนผันได้แทบจะเหมือนเป๊ะกับการออกเสียงทุกภาษา แต่ดันถูกใช้ให้สื่อออกมาเพี้ยนไปเพราะกฏเกณฑ์ทางภาษาเขียน ที่ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมไม้เอกถึงมีเพิ่มมาไม่ได้ ทั้งๆ ที่เวลาเราเรียกก็ออกเสียงแบบนั้น



อย่างไรก็ตาม อูคูเลเล ยังดีเสียกว่า อูกูเลเล หลายเท่านัก แต่ถ้าอยากให้คนอ่านออกมาแล้วถูกใจคนฮาวาย ถูกต้องตามตำรับ อูคูเลเล่ คือสวยสุด หรือใครจะบ้าบิ่นใช้ อูคูเลเหล่ (เน้นน้ำนักเสียงที่เลเยอะๆ) ไปเลยครับ

คราวนี้มาดูญี่ปุ่นกันบ้างครับ การเรียก อูคูเลเล่ ของญี่ปุ่น ผมชอบมาก เพราะภาษาเขามีข้อจำกัดการออกเสียงมากๆ บางตัวอังษรเขาไม่มีทางออกเสียงได้ เพราะไม่มีตัวหนังสือรองรับก็มี เช่นตัว V เป็นต้น จะออกเสียงเป็น บิ หรือ บุย แทน โชคดีที่ Ukulele นั้นญี่ปุ่นมีตัวสะกดคล้าย นั่นคือ ウクレレ หรือ อุ คุ เระ เระ ฟังดูคล้ายของจริง และมีความน่ารัก


(U900 ศิลปินดูโอ้หมีกระต่าย ที่โด่งดังมากเมื่อ 10 ปีก่อน และยังคงเป็นที่นิยมจนปัจจุบัน)

สำหรับการเรียกแบบญี่ปุ่นนั้น เป็นที่มาของอูคูเลเล่รุ่นยอดฮิตของ aNueNue รุ่น U900 เลยนะครับ เพราะเขาเล่นกับภาษาญี่ปุ่น ที่เอาคำมา อุ แยกออกมา แล้วให้หมายถึง อุซางิ แปลว่า กระต่าย กับคำว่า คุ ให้หมายถึง คุมะ แปลว่าหมี ในขณะเดียวกัน คุ ก็แปลว่า 9 ด้วย และ เระ แปลว่า 0 ทำให้กลายเป็นรุ่น U900 ขึ้นมา ซึ่งถ้าให้แปลตรงๆ คือ ยูเก้าศูนย์ศูนย์ แต่ผมเองอยากให้เรียกกันง่ายๆ เลยเรียกว่า ยูเก้าร้อย และผมก็คิดว่าคิดไม่ผิดจริงๆ เพราะอูคูเลเล่รุ่นนี้ได้เคยสร้างตำนานเครื่องดนตรีไทยมาแล้ว ใครจะรู้ ถ้าเรียก ยูเก้าศูนย์ศูนย์ อาจจะไม่เกิดปรากฏการณ์อย่างที่เคยเกิดก็ได้

u900 อูคูเลเล่
U900 หมี

U900 กระต่าย
U900 กระต่าย

ขอปิดท้ายด้วยการเรียกแบบจีนครับ อันนี้ขออ้างอิงจากไต้หวันนะครับ เพราะผมจะทำงานกับชาวจีนไต้หวันมากกว่า แต่คิดว่าคงไม่แตกต่างกันกับจีนแผ่นดินใหญ่มากนัก ที่เพื่อนผมเรียกคือ อู เข่อ ลี ลี่ บางทีก็ได้ยิน ยู เข่อ ลี ลี บางทีก็ วู เข่อ ลี ลี่ ประมาณนี้ครับ ท่านผู้อ่านลองไปฟังดูเองจากเพลงของ Jay Chou ดูดีกว่า เพลงนี้ออกมาตอนที่อูคูเลเล่บูมมากๆ MV สนุกดี เพลงก็สนุกเช่นกันครับ


(From Jay Chou Offcial YouTube)

สรุปแล้ว ท้ายที่สุดจะเรียกอย่างไร ถ้ามีใจอยากเล่นอูคูเลเล่ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะนี่คือเครื่องดนตรีแห่งความสุข ที่ทั้งน่ารัก และเท่ในตัวเดียวกัน แต่ถ้าอยากเรียกให้ถูกต้องก็ตามที่เล่าครับ ส่วนผมก็ขอเรียก อูคูเลเล่ นี่แหละ เพราะเรียกมากว่า 12 ปีแล้ว แถมเรียกทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่ได้พูด ไม่ได้ยิน ไม่ได้อ่าน หรือไม่ได้เขียนคำนี้เลย

ผมขอปิดท้ายด้วยเพลง "อูคูเลเล่ ฉันรักเธอ" ที่ผมแต่งไว้ และร้องโดย สิงโต นำโชค บนเวที Thailand Ukulele Festival ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2012 ครับ งานนี้มีศิลปินชั้นนำจาก 12 ประเทศ มาร่วมบรรเลงเพลงอูคูเลเล่กันที่ลานพาร์คพารากอน ยาวนานสองวันเต็มๆ ท่านที่ไม่ทันช่วงนั้น ลองมาชมบรรยากาศ ที่ผมบ้าไปตามยอดฝีมือจากทั่วโลกมารวมกันที่ไทยครับ ครบแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และไม่ว่าจะเรียก Ukulele ว่าอะไร ถ้าคุณบ้าอูคูเลเล่ ผมรักคุณเหมือนเดิมครับ

(ในงานนี้ ผมไม่ได้เล่นอูคูเลเล่ เพราะคนเล่นเยอะมากแล้ว เลยมาเขย่าไข่แทนครับ)

ขอให้มีความสุขกับอูคูเลเล่ครับ

ตาด่อง คนบ้าอูคูเลเล่

  • Asada Atornphatai