Welcome to Ribbee Kumabee Ukulele Online Shop

News

RSS
aNueNue กับ ผม

aNueNue กับ ผม


ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผมเริ่มบ้าอูคูเลเล่ใหม่ๆ เมื่อปี 2009 ที่ยังไม่มีใครคุ้นเคยกับเจ้าเครื่องดนตรีนี้นัก ผมอุตริเล่นขายของอยู่ที่บ้าน แน่นอนของที่ขายก็คืออูคูเลเล่ที่ผมบ้าสั่งมามากมาย ซึ่งตั้งใจว่าจะสั่งมาลองหลายๆ แบบ เพราะที่ไทยหาอูคูเลเล่ดีๆ ได้ยากเย็นนัก ตอนนั้นทำใจไว้แล้วว่าถ้าขายไม่ได้ก็ถือว่าสะสม ผมจับพลัดจับผลูชักแม่น้ำทั้งห้าจนผู้ผลิตอูคูเลเล่รายหนึ่งยอมให้เป็นตัวแทนจำหน่าย ผมสั่งมาไม่มากนักแล้วทำเป็นร้านขายที่ไม่ได้หวังกำไร ค่าเช่าก็ไม่มี ค่าจ้างก็ไม่มี และลูกค้าก็ไม่มี นั่งเล่นชิลทั้งวัน

ผมเอาอูคูเลเล่ตบยุงอยู่พักใหญ่ ก็เริ่มมีคนที่ 1 ที่มาหาผมเพราะอยากเล่นอูคูเลเล่จริงๆ แล้วคนที่ 1 ก็ตามคนที่ 2 3 4 5 มาเรื่อยๆ จนสามารถตั้งเป็นคลับได้ ซึ่งมันมีดราม่าอะไรอยู่บ้างและผมจะไม่เล่าถึงมันมากไปกว่าบอกว่ามันมี ! ผมมีความสนใจอูคูเลเล่มากและมองหาอูคูเลเล่ใหม่ๆ ตลอดเวลา ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะสิ่งใดนอกจากสนองความบ้าอูคูเลเล่ของผมเองทั้งนั้น สั่งมาเกือบทุกเจ้า เจ้าละนิดละหน่อยตามกำลังที่มี

จนวันหนึ่งผมดูคลิ๊ปรีวิวของ Ukulele Underground เว็ปอูคูเลเล่ชื่อดังโดยอัลดรีน ศิลปินอูคูเลเล่ฮาวาย ที่ตระเวณทั่วงานมหกรรมโชว์เครื่องดนตรี NAMM Show ที่แอลเอ สหรัฐอเมริกา แล้วตามสัมภาษณ์ผู้ผลิตอูคูเลเล่เจ้าต่างๆ ผมมาสะดุดตาที่อูคูเลเล่เจ้าหนึ่ง มีตราเป็นรูปคนกางแขนกางขา ยี่ห้ออ่านลำบาก เจ้าของหน้าจีนแต่พูดภาษาอังกฤษดี เขามาเล่าถึงความพิเศษต่างๆ นาๆ ของอูคูเลเล่ที่เขาทำ เท้าก็ฟุตเวิร์คไปด้วย เป็นท่าทางที่ผมจำแม่นยำ และตัดสินใจติดต่อเขาไป

คนคนนั้นคือ จอนสัน เจ้าของอนุยๆ ผู้เป็นคนไต้หวัน แต่ถือสัญชาติแคนาดา ทราบภายหลังจากเจ้าตัวว่าแต่ก่อนเคยเป็นมือกีตาร์วงร็อคในวัยเด็ก จากนั้นไปเรียนต่อที่แคนาดาและศึกษาการสร้างกีตาร์จากกูรูที่นั่นมา เขาเพิ่งเริ่มเข้ามาในแวดวงเครื่องดนตรีเพราะเขาพิสมัยการสร้างกีตาร์ และเป็นคนสะสมกีตาร์โหดๆ อยู่แล้ว แต่ช่วงเวลานั้นเขาเลือกเข้ามาในถนนสายนี้ด้วยอูคูเลเล่ เพราะมันยังไม่มีใครทำกันนัก และดูเทรนด์แล้วอูคูเลเล่จะมาแน่ๆ เขาเลยเปิดฉาก aNueNue ด้วยอูคูเลเล่ก่อน

ตอนผมติดต่อเขาไป เขาบอกเลยว่าจะมาเจอผมที่ไทย ผมตกใจเพราะไม่มีเจ้าไหนที่ไหนสนใจจะมาหาผม พร้อมกันนั้นก็มีคนไทยคนอื่นติดต่อเขาไปเช่นกัน และทราบด้วยว่าเขาจะมา ซึ่งผมก็มีความเสียวว่าเขาจะเลือกใคร ผมเองก็ที่สุดของรายย่อย แถมขายแบบเล่นขายของอยู่ที่บ้าน มันสู้ใครไม่ได้แน่ๆ สิ่งเดียวที่มีคือความตั้งใจจริง และความบ้าอูคูเลเล่ชนิดของมาก่อนเงิน ซึ่งมันคืออาวุธอย่างเดียวที่ผมพอจะมี

วันนั้นเขาเอาอูคูเลเล่ไปแสดงที่ Sound Messe งานแสดงดนตรีใหญ่ของยุโรปที่เยอรมัน ขากลับเขาแวะไทยเพื่อมาเจอผม วันแรกที่ไทยผมไปรับเขาทานข้าวเย็น จำได้แม่นว่าแต่งตัวดีที่สุดในรอบปี ก่อนไปพบผมไปแวะซื้อเสื้อสีดำ และ รองเท้าใหม่ มาเปลี่ยน ทำผมให้แนวๆ เพื่อให้ดูลึกลับและเท่ที่สุดในความรู้สึกผม เพื่อให้ดูน่าประทับใจที่สุด จำได้แม่นเลยว่าพาไปทานคาเฟ่ชิลลี่ที่พารากอน พอนั่งผมก็เอ่ยปากจะคุยเรื่องเป็นตัวแทน และถามว่าเขาเลือกใคร แต่เขาบอกใจเย็นๆ คืนนี้เราจะไม่คุยเรื่องงานกัน แล้วเราก็คุยเรื่องอื่นๆ และทำความรู้จักกันไป วันรุ่งขึ้นเขาจะไปเยือนบ้านผม ซึ่งคือร้านผมด้วย และนั่นคือเวลาที่จะคุยเรื่องงานกัน ถึงวันผมก็จัดแจงเกณฑ์ทุกชีวิตที่ผมรู้จักและยอมมาช่วยผม ให้มาเป็นลูกค้าผมในวันนั้น เพื่อให้จอนสันเห็นว่าผมก็ไม่ได้ห่วยๆ นะ และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผมก็พากันมาอุดหนุนกันคับคั่งจริงๆ

ผมทราบว่าเขาชอบข้าวมันไก่ อาหารกลางวันวันนั้น เราจะทานกันที่บ้านผม พร้อมเพื่อนพ้องหน้าม้าที่มา ผมก็จัดแจงให้ภรรยาไปซื้อข้าวมันไก่แถวบ้านมาชุดใหญ่ ไก่เยอะมาก เสริฟบนจานเปลใหญ่ยักษ์ จอนสันชอบมากและซดน้ำจิ้มข้าวมันไก่จนหมด เขาบอกว่านี่คือข้าวมันไก่ที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยทานมาเลย และเขาบอกผมว่าไม่คุยกับใครแล้ว ผมนี่แหละเป็นตัวแทนจำหน่ายไปเลย โดยครั้งนี้เขาเอาอูคูเลเล่ที่เพิ่งเอาไปแสดงที่แฟร๊งเฟิร์ตมาด้วยลังใหญ่ ในนั้นมีอูคูเลเล่ aNueNue รุ่น U900 หมี และ กระต่าย และ รุ่น 1879 มาด้วย

ผมเห็น U900 ครั้งแรก ก็เห็นว่ามันน่ารักตั้งแต่กระเป๋ายันตัวอูคูเลเล่ แต่พอเอามาเล่นเท่านั้นแหละ ก็พบว่าอูคูเลเล่ที่ผมสั่งมาทั้งหมดในราคาระดับเดียวกัน หรือระดับสูงกว่าหน่อยนึง ไม่มีตัวไหนสู้มันได้เลย เล่นก็ง่าน เสียงก็ดี มีดีไซน์ ผมเลยขอเขาเอาไว้ที่ผมเลย เพื่อนำเสนอให้คนชอบอูคูเลเล่ที่ไทยได้สัมผัสของเจ๋ง น่ารัก ในราคาไม่แพงกัน

พร้อมกันนี้นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลอง 1879 อูคูเลเล่ replica ที่เขาทำเลียนแบบอูคูเลเล่โบราณตัวแรกๆ ที่มีเลยทีเดียว โดยเขาไปได้ตัววินเทจมา แล้วเอามาแกะดูทุกกระเบียดนิ้วเพื่อสร้างอูคูเลเล่ที่ดูเหมือนของเมื่อ 100 กว่าปีก่อน แต่เสียงดี เล่นดี ลูกบิดดีด้วยเทคโนโยยีปัจจุบัน แถมด้วยกระเป๋าที่สร้างตามกระเป๋าโบราณที่ใส่มันมาด้วย ตั้งแต่ตัวกระเป๋ายันที่ล็อค ล้วนย้อนยุคหมด ที่สำคัญเสียงดีโคตรๆ

การมาของ aNueNue ในวันนั้น เปิดโลกทัศน์ผมทั้ง 6 ด้าน มันทำให้อูคูเลเล่ทำจีนที่ผมรู้จักเปลี่ยนไปตลอดกาล ก่อนนั้นไอ้ที่ว่าดีแล้ว ยังมีเหนือกว่าในราคใกล้กัน ผมเชื่อว่าหลายคนก็เห็นเหมือนผม เพราะถ้าใครสนใจอูคูเลเล่ในยุคนั้น คงได้ทราบว่า U900 ของ aNueNue นั้นเป็นเช่นไร และสร้างความแปลกใหม่ให้วงการเครื่องดนตรีของไทยแค่ไหน

จอนสันเคยบอกไว้ว่า การเอาเลเซอร์มายิงบนตัวอูคูเลเล่ให้เป็นลาย และการฉลุซาวด์โฮลเป็นรูปต่างๆ อีกไม่นานผู้ผลิตจีนก็จะทำตามกันหมด ซึงมันก็เป็นตามนั้นจริงๆ เพราะหลังจากนั้นจนวันนี้ ใครๆ ก็ผลิตอูคูเลเล่ยิงเลเซอร์ ใครๆ ก็ทำซาวด์โฮลเป็นรูปต่างๆ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีรสนิยมเหมือนจอนสัน และนอกจากรสนิยมแล้ว ความที่เป็นคนดนตรีจริงๆ ทำให้ไม่ว่าเขาจะสร้างอะไรออกมา นอกจากจะมีดีไซน์ที่ดีแล้ว เสียง สัมผัสต้องดีด้วย ผมมั่นใจในทุกๆ สิ่งที่เขาทำ และก็ไม่มีใครตามเขาทัน ล่าสุดมีการเอาคริสตัลของสวารอฟสกี้มาฝังเป็นจุดบอกตำแหน่งเฟร็ต และตามด้วยเอาลูมิโนว่า พรายน้ำเรืองแสงมาใช้บนอูคูเลเล่ ให้มันสว่างในที่มืด ซึ่งเดี๋ยวก็มีคนทำตาม แต่ aNueNue ไม่สน เพราะเขาก็กระโดดไปทำอย่างอื่นต่อเรื่อยๆ

วันนี้ aNueNue ประสบความสำเร็จอย่างมากหลังเพิ่มไลน์กีตาร์โปร่งเข้ามา ด้วยหลักการเดิมว่าดีไซน์ต้องดี เสียง สัมผัสต้องโดน กระเป๋ามี ทำให้กีตาร์ของเขาได้รับความนิยมชนิดผลิตไม่ทัน ต่อเนื่องด้วยเบสเล็กที่เพิ่งเปิดตัวและมีคนสนใจมากมาย โดยในอนาคตนี้เขาจะทำสิ่งที่เขาอยากทำมานาน ในปีครบรอบ 10 ปีของ aNueNue เขาจะออกกีตารไฟฟ้า ซึ่งมีทุกสิ่้งที่กีตาร์ไฟฟ้าไฮเอนด์มีและมากกว่าด้วยซ้ำ ในราคาถูกกว่าโดยที่คุณภาพไม่ต่ำกว่า

ผมเอง ยังคงอยู่กับอูคูเลเล่อยู่ แม้มันจะไม่ได้เป็นของในกระแส และกลายเป็นเครื่องดนตรีทั่วไปที่ไม่ร้อนแรงแล้ว จอนสัน กลับมาหาผมที่ไทยอีกครั้ง ในวันที่เขาใหญ่กว่าสมัยก่อนที่มากินข้าวมันไก่กันหลายสิบเท่า เขาบอกว่าเขามาครั้งนี้เพื่อจะมาชวนผมทำกีตาร์ด้วยกัน ซึ่งอูคูเลเล่ก็ไม่ได้ทิ้ง มีการคิดค้นและสร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาตลอด และเจ๋งขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่จะทำให้ผมสร้างความยิ่งใหญ่ให้อูคูเลเล่ได้ มันคือการรวมพลังกับกีตาร์ของ aNueNue ซึ่งถ้าใครได้สัมผัส ก็จะทราบดีว่ามันดีอย่างไร

และไม่ว่า aNueNue จะมีทิศทางใด ผมและทีมงานก็จะไปทางนั้นเช่นกัน เพราะจอนสันเขาบอกไว้ว่าผมกับเขาคือพี่น้องกัน

  • Asada Atornphatai
Kiwaya สำนักอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อายุ 99 ปี

Kiwaya สำนักอูคูเลเล่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อายุ 99 ปี


ปีหน้าจะครบรอบ 100 ปีของ Kiwaya สำนักอูคูเลเล่ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นผู้ริเริ่มอูคูเลเล่ในญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโน้น ผมเองก็จะได้ไปร่วมงานฉลองของเขาด้วย ซึ่งตามปกติ Kiwaya จะจัดงานประกวดอูคูเลเล่ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นขึ้นทุกสองปี ผมได้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินมาแล้ว 3 ครั้ง ส่วนครั้งนี้ครบ 100 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่พอจะบอกได้ก็คือเขาจะประกวดกันระดับโลกเลย ไม่ได้เจาะจงเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ผมเลยคิดว่าคนชอบอูคูเลเล่น่าจะมาทำความรู้จักกับ Kiwaya กันดีกว่าครับ โดยผมขอเล่าแบบย้อนไปตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม หรือเมื่อเกือบ 1 ศตวรรษที่แล้วเลย

Kiwaya เริ่มต้นกิจการขึ้นมาแม้เกี่ยวข้องกับดนตรี แต่ไม่ได้ทำอูคูเลเล่มาตั้งแต่ต้น เพราะ คิทาโร่ โอคะโมโตะ ผู้ก่อตั้ง เริ่มด้วยการทำร้านซ้อมเครื่องเล่นแผ่นเสียงในปี ค.ศ. 1919 ณ อะซะคุสะ โตเกียว อยู่ราว 20 ปี ก่อนจะเปลี่ยนไปขายแผ่นเสียงเมื่อช่วงยุค 1940’s

การเปลี่ยนแปลงจากร้านแผ่นเสียงสู่ร้านจำหน่ายเครื่องดนตรี เริ่มขึ้นเมื่อทายาทรุ่นที่ 2 ของ Kiwaya เรียวจิ โอคะโมโตะ เข้ามาสืบต่อกิจการจากพ่อของเขาในปี 1957 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มนต์สเน่ห์ของวัฒนธรรมฮาวาย ตั้งแต่แฟชั่น ไปจนถึงระบำฮูล่า และเสียงเพลง ได้เข้ามาสู่ญี่ปุ่น และเป็นที่ชื่นชอบของทุกๆ คน ในระดับโคตรฮิตสะท้านประเทศ แน่นอนว่า อูคูเลเล่ คือสัญลักษณ์ของแฟชั่นและความนำสมัยที่ใครๆ ก็อยากมี (ไม่ต่างจากไทยเมื่อ 10 ปีก่อน จะต่างก็แค่ที่ไทยบ้าแต่อูคูเลเล่ ระบำไม่มา 555 )

ในยุคนั้นใครๆ ทำอูคูเลเล่ขาย ในประวัติศาสตร์ของ Kiwaya เข้าเล่าไว้ว่ายุคนั้นอูคูเลเล่ฮิตมากๆ แม้กระทั่ง โตชิบา บริษัทขายเครื่องไฟฟ้า ก็ผลิตอูคูเลเล่ขายกับเขาด้วย ส่วน เรียวจิ ก็เข้ามาทำอูคูเลเล่ขายกับเขาด้วย โดยให้ชื่อแบรนด์ของอูคูเลเล่ที่เขาทำมาขายว่า Famous โดยตั้งใจให้ชื่อนี้เป็นศิริมงคง เพื่อจะได้กลายเป็นแบรนด์อูคูเลเล่ยอดนิยม แต่พอเขาเริ่มทำ Famous ปุ๊บ กระแสบ้าฮาวายที่ญี่ปุ่นก็ถดถอยลง ตามความเป็นไปของแฟชั่น

ในขณะเดียวกันในทั่วโลก ก็เป็นขาลงของอูคูเลเล่เช่นกัน จากเครื่องดนตรีที่เป็นที่นิยม เป็นพระเอกของเครื่องดนตรี ก็ถูกแทนที่ด้วยกีตาร์ไฟฟ้า และเพลงร็อคแอนโรล จนอูคูเลเล่หายเข้ากลีบเมฆไป ทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจอูคูเลเล่นัก

ย้อนกลับมาที่ญี่ปุ่น หลายๆ คนที่หันมาขุดทองกับอูคูเลเล่ เมื่อกระแสมันหดหาย ก็เลิกราไปหาอย่างอื่นที่อยู่ในกระแสทำกัน ทว่าสำหรับ เรียวจิ เขาได้ตกหลุมรักอูคูเลเล่เข้าแล้ว เขาหันมาขายอูคูเลเล่เพราะเขาชอบของเขาจริงๆ ไม่ได้แห่ตามใครมาขาย ทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าผลิตอูคูเลเล่ขายต่อไป และเดินสายไปปรึกษาหารือกับศิลปินนักดนตรีต่างๆ เพื่อพัฒนาอูคูเลเล่ของเขาให้ดีขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดกลุ่มผู้เล่นอูคูเลเล่ตามเมืองต่างๆ ตลอดจนไปเจรจากับโรงเรียนให้นำอูคูเลเล่มาใช้ประกอบการศึกษาดนตรี ณ ตอนนั้น มีเพียง Kiwaya เท่านั้น ที่ยังยืนหยัดทำกิจการอูคูเลเล่ในประเทศญี่ปุ่น

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้ผลิตอูคูเลเล่ชื่อดังของอเมริกา Martin เลิกผลิตอูคูเลเล่ ผู้คนที่อยากได้อูคูเลเล่คุณภาพดี และได้อรรถรสการเล่นไม่แพ้ Martin ต้องมาเสาะแสวงหาอูคูเลเล่ของ Kiwaya กัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าอูคูเลเล่ของ Kiwaya นั้นดีงามแค่ไหน

เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนช่วงปลายปี 1990’s อูคูเลเล่เริ่มกลับมาฮิตอีกครั้ง การมาครั้งนี้ไม่ได้มากับวัฒนธรรมฮาวาย แต่มาในรูปแบบเครื่องดนตรีที่บรรเลงเพลงแจ๊ส และเพลงป๊อบ

เริ่มมีการนำเพลงที่บรรเลงด้วยอูคูเลเล่มาใช้ประกอบสื่อโฆษณา และความความนิยมในญี่ปุ่นก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้แรงกว่าเดิมมากนัก แน่นอนว่าพอคนญี่ปุ่นนึกถึงอูคูเลเล่ เขาจะนึกถึง Famous ทันที อันนี้เรื่องจริง เพราะที่ร้านริบบี มีลูกค้าญี่ปุ่นหลายราย เข้ามาเพื่อจะซื้อ Famous เท่านั้น แต่อูคูเลเล่ของ Kiwaya ที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ จะติดตรา Kiwaya ทำให้ต้องอธิบายกันยกใหญ่ ว่ามันคืออันเดียวกัน

สู่ทายาทรุ่นที่ 3 ของ Kiwaya ในปี 2002 เคียวโกะ ฮาระ ลูกสาวคนโตของ เรียวจิ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักของ Kiwaya เธอได้ต่อยอดกิจการของตระกูลจากเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอูคูเลเล่ มาเป็นโรงเรียนสอนอูคูเลเล่ โดยผู้สอนระดับแนวหน้าของประเทศ พร้อมกันนี้ยังเปิดพิพิธภัณฑ์อูคูเลเล่แห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่นขึ้นด้วย

เคียวโกะ ได้พาอูคูเลเล่ของญี่ปุ่นไปสู่มิติใหม่ ด้วยการสนับสนุน และผลักดันนักสร้างเครื่องดนตรีของญี่ปุ่น ให้พัฒนาอูคูเลเล่ชั้นดีออกมา โดยเปิดหนึ่งชั้นในตึกของ Kiwaya ให้พวกเขาเอาอูคูเลเล่ชั้นเลิศนั้น มาวางขาย มีสุดยอดของอูคูเลเล่ไฮเอนด์เชื่อสายญี่ปุ่นถือกำเนิดขึ้นมามากมาย

เคียวโกะยังได้ริเริ่มการประกวดอูคูเลเล่ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นทุก 2 ปี และในการประกวดนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจ และผลิตบุคลากรทางอูคูเลเล่ออกมามากมาย เรียกว่าใครที่เกี่ยวข้องกับอูคูเลเล่แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Kiwaya น่าจะไม่มีล่ะครับ เพราะ Kiwaya เป็นผู้สร้างวงการอูคูเลเล่จริงๆ

ในปีหน้านี้ ผมเดาว่าจะมีการสืบทอดทายาทรุ่นที่ 4 เข้ามาดูแล Kiwaya และผมกำลังรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอีกขั้น จากการได้คุยกับพวกเขา จะมีทั้งการพัฒนาให้มีความเป็นนานาชาติ และการใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น คนรุ่นใหม่รุ่นต่อไปกำลังจะเข้ามาพา Kiwaya ไปสู่ศตวรรษที่ 2 แล้ว

ผมในฐานะเพื่อนของพวกเขา ผมรู้สึกตื่นเต้น ไปพร้อมๆ กับรู้สึกว่าผมช่างตัวนิดเดียว เขาอยู่มา 100 ปีแล้ว เนิ่นนาน ยิ่งใหญ่กว่ากันนัก ผมมีอะไรต้องเรียนรู้จาก Kiwaya อีกมากมายจริงๆ และผมก็ภูมิใจที่ Kiwaya เลือกใช้ผมเมื่อถึงเวลาสำคัญ และให้ผมได้เรียนรู้ว่าการเป็นคนอูคูเลเล่ตัวจริงนั้นทำอย่างไร

เล่ามายาว จะบอกคุณว่า Kiwaya หลายรุ่น ตอนนี้มาถึงแล้วนะครับ ที่น่าดีใจคือตอนนี้เขามีรุ่นราคาเบาๆ ด้วย เพียง 5-6,000 บาท ก็ได้อูคูเลเล่ตามสรรพคุณ Kiwaya แล้ว ถ้าได้ลอง คุณจะทราบว่าความเรียบง่ายที่สุนทรีย์นั้นเป็นเช่นไร แล้วพบกันครับ

ด่อง

เครดิตภาพ และข้อมูลจาก คิวายะ
Pictures and story credit : Kiwaya Japan

อภิรักษ์ ศิลปินอูคูเลเล่ของไทย ที่คุณไม่รู้จัก แต่ผมภูมิใจ

อภิรักษ์ ศิลปินอูคูเลเล่ของไทย ที่คุณไม่รู้จัก แต่ผมภูมิใจ

อภิรักษ์เข้ามาในชีวิตผมครั้งแรก ก็เข้ามาที่บ้านผมเลย เพราะเมื่อราว 9 ปีก่อน ผมขายอูคูเลเล่อยู่ที่บ้าน ซึ่งหากใครอยากได้ของดีๆ ในไทยไม่มีที่อื่นอีกแล้ว นอกจากมาหาผม หรือไม่ก็ตีตั๋วเครื่องบินไปหากันเอาตามประเทศเจริญๆ เองได้ ทำให้คนที่ค้นหาอูคูเลเล่ล้วนค่อยๆ เดินทางมาหาผมทีละคนๆ สำหรับอภิรักษ์ เขาคือรายที่ 6 ครับ

ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะขายอูคูเลเล่ แต่หาซื้อที่อยากได้ไม่ได้ เลยไปสั่งมามากมาย ทำให้ตัดสินใจแบ่งคนที่อยากได้ด้วยเลย ตอนนั้นขายในราคาที่ได้มาบวกค่าข้าวผัดกับโอเลี้ยงนิดนึง เรียกว่าขายมั่วซั่วเลยก็ว่าได้ แต่นั่นทำให้ผมได้มิตรภาพเข้ามามากมาย แน่นอน อภิรักษ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเข้ามาประเดิมซื้อตัวโหด ผมซึ่งยังเล่นไม่ได้เรื่อง แต่หัดการเล่นเอาไว้ปาหี่สั้นๆ หลอกคนมาดูยาว 5 วินาที ก็ทำให้เขาศรัทธาอยู่ ส่วนด้านความรู้นั้นมาเต็ม ทำให้ผมขายอภิรักษ์ได้เรื่อยๆ ตัวละอาทิตย์ สองอาทิตย์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็ไม่ได้มาเป็นลูกค้า แต่มานี่งเล่นเป็นเพื่อนกัน และยังช่วยแนะนำคนอื่นด้วย

รายนี้เขาฝักใฝ่แนวแจ๊สมาก เพราะเป็นมือกีตาร์แจ๊สมาก่อน ระดับผูกผ้าปิดตาเล่นไฟแล่บ และมีก๊วนของเขาอยู่ 3-4 คน มีพี่โตครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนอูคูเลเล่เรา ป๋าทศผู้แวะเวียนมาตลอด และพี่โอ๋ลูกค้าคนแรกของผม ทุกคนเล่นแนวเดียวกัน จัดเป็นเพลงคนแก่ ซึ่งก็เพราะดี แต่ฟังยากๆ แหวกแนววัยรุ่นไปไกล ผมติดตามดูพวกเขาฝึกเพลงตามต้นตำรับกันตั้งแต่เพิ่งหัด จนลึกล้ำ

จนมาที่สยามสแควร์ อภิรักษ์เริ่มแต่งเพลงของตัวเอง ในแนวเดียวกับเพลงแจ๊สโบราณๆ ที่เขาฝึกเล่น เวลาเขามาที่ร้านผมก็ได้ฟังอยู่ตลอด เพลงเขาเพราะดี ฟังสบายๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกับมัน คาดว่าช่วงชีวิตตอนนั้นของเขา คงมีอะไรเข้ามามากมาย ทำให้แต่งเพลงได้เรื่อยๆ แถมออกมาดีด้วย

และจุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อทางต้นสังกัด สิงโต แจ้งยกเลิกการไปร่วมงานคอนเสิร์ตอูคูเลเล่ใหญ่ที่โตเกียวล่วงหน้าไม่นาน ผมแจ้งทางญี่ปุ่นไป เขาเสียดายมาก เพราะปีก่อนหน้านั้น สิงโต ไปเล่นมาคนชอบมากๆ เขาเลยถามว่าแล้วจะมีศิลปินคนไหนมาแทนได้ เนื่องจากผมอยากให้ไทยมีส่วนร่วมในงานนี้ ผมบอกเขาไปว่ามีทั้งๆ ที่ตอนนั้นผมไม่มีใครอีกเลย ตอนแรกเตรียมจะให้แชมป์อูคูเลเล่เยาวชนไทยไป แต่เขาอยากได้ผู้ใหญ่

วันรุ่งขึ้นอภิรักษ์มาเล่นเพลงของเขาที่ร้านตามปกติ ผมได้ยินก็เกิดแรงบันดาลใจ ชวนเขาให้ไปแสดงญี่ปุ่นกันเลย อภิรักษ์ตอบตกลงแบบงงงง เพราะงานนี้ไม่ใช่งานของหน้าใหม่ แต่เป็นงานที่ใหญ่และเป็นคอนเสิร์ตหลักของวงการอูคูเลเล่ญี่ปุ่น มีศิลปินเจ๋งๆ มาร่วมตลอด เขาเรียกมันว่า อูคูเลเล่ซุปเปอร์แจม

ตั้งแต่ทราบเรื่อง เราเหลือเวลาเพียงสองอาทิตย์
ที่จะสร้างศิลปินอูคูเลเล่ระดับโลกขึ้นมา 1 คน ซึ่งฝีมือนี่ผมไม่ต้องห่วง เขาเจ๋งอยู่แล้ว แต่เราต้องไปทำผลงานออกมาก่อน เลยให้คนในก๊วนแจ๊สของเขานั่นเองช่วยกัน ให้คุณเทพมือกราฟฟิกคู่ใจผมออกแบบปก ส่วนพี่โตเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์อยู่แล้วรับหน้าที่บันทึกเสียง มีคุณทศไปด้วย เป็นเดินทางไปทำอัลบั้มนี้ที่บ้านพี่โตที่ชุมพร ห้องอัดเอาฟูกมาบุๆ แล้วใช้ไมค์ต่อ ipad อัดกันเลย จากนั้นมาอัดเบสโดยตี้เลิฟอีส ที่ห้องของโตนโซฟา ออกมาเป็นเพลงในอัลบั้มเต็มของอภิรักษ์

เพลงที่ทำออกมาเพราะเหลือเชื่อ และไม่อยากเชื่อด้วยว่าอภิรักษ์ใช้เวลาสั้นๆ แต่งเพลงเหล่านั้นออกมาหลากหลายอรรถรส (มีเพลงผมด้วยเอาไปทำบรรเลงให้เต็มๆ) แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกเพลงของอภิรักษ์ไม่มีชื่อ! และด้วยความน่ารักไม่มีอีโก้ของเขา เขายอมให้ผมตั้งชื่อเพลงให้เลยเพราะคิดไม่ออก ผมจึงนำมาฟังแล้วตั้งชื่อเพลงให้ไปหลายเพลงเช่น Blueberry Sky, Siam Square เป็นต้น ซึ่งเป็นเพลงเด่นของเขาเลยทีเดียว

จากนั้นผมก็นั่งเทียนเล่าที่มาที่ไปของแต่ละเพลง ลงบนปกซีดี ซึ่งไม่ได้มั่ว แต่ผมใช้วิธีเข้าไปค้นหาคำตอบในจิตใจของอภิรักษ์มา ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ต้องทำออกมาในเวลาอันสั้น ซึ่งเราก็ได้ซีดีอีลบั้มเต็ม Blueberry Sky ของ Apirak ออกมา พร้อมหอบหิ้วไปญี่ปุ่นให้สมศักดิ์ศรีศิลปินอูคูเลเล่เอกของไทยกัน ซึ่งหนึ่งเดือนก่อนหน้ายังไม่มีตัวตน แต่วันนี้เราไปเป็นตัวแทนชาวไทยกัน

ตัดมาที่เวที ณ สำนักงานใหญ่ของยาคูลที่กินซ่า กลางกรุงโตเกียว แมตช์แรกของ Apirak ได้เกิดขึ้น ในงานที่ศิลปินหลายคนแม้อยู่มานานยังไม่ได้ไป เขาขึ้นไปเล่นเพลง Blueberry Sky และ SiamSquare ของเขา ผมไม่กังวลว่าคนญี่ปุ่นจะชอบไหม เพราะถ้าผมชอบผมเชื่อ เวลาจะดูว่าผู้ฟังที่นั่นชอบไม่ชอบ สำหรับคอนเสิร์ตแบบนี้ เช็คเรตติ้งดูง่ายๆ ถ้าชอบเขาจะตบมือตามจังหวะเพลงอย่างพร้อมเพรียง ถ้าไม่ชอบก็แค่นั่งฟัง

ผมน้ำตาแทบไหล เมื่อคนดูทั้งยาคูลฮอล พากันตบมือตามอภิรักษ์ ที่น่าจะตื่นเต้นอยู่บ้าง และนั่งเล่นอูคูเลเล่อยู่บนเก้าอี้กลางเวที เหมือนฝันไป แต่ตอนนี้อภิรักษ์คือใครสักคนในวงการอูคูเลเล่โลกแล้ว คนญี่ปุ่นบอกว่าพวกเขาชอบแนวเพลงที่อภิรักษ์เล่นมาก แต่ไม่มีใครทำเพลงใหม่ๆ ออกมาเลย ได้แต่ฟังต้นตำรับจากแจ๊สยุค 60’s แต่อภิรักษ์ทำเพลงใหม่แนวเดิมนั่นออกมา เพราะด้วย ฟังง่ายด้วย เขาเลยมีความยินดีมากๆ ที่ได้มาดูกัน

พอหลังจากงานแรกนี้ เรามีต้องไปเล่นที่โอซาก้าอีก ผมกับอภิรักษ์ปรึกษากันและตกลงว่าจะนั่งเล่นไม่ได้ ต้องยืนและขยับไปด้วย มันจะดูสนุกกว่า และแก่น้อยลง ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น เราแสดงที่ไลฟ์เฮาส์ใหญ่ในอะเมมูระ ย่านอเมริกันแถวชินไซบาชิ คนดูชอบอีกเช่นเคย และเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล ผมเป็นโปรโมเตอร์ศิลปินที่หาใครเหมือนยาก ส่วนอภิรักษ์กลายเป็นศิลปินอูคูเลเล่แนวหน้าคนหนึ่ง

จากวันนั้นที่ผมพบเขาครั้งแรก ผ่านมา 9 ปีแล้ว ตอนนี้อภิรักษ์ เคยไปปรากฏในนิตยสารอูคูเลเล่ญี่ปุ่น และได้ไปแสดงอีกมากมายหลายที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น และ ฮาวายหลายครั้งหลายครา กระจายไปเล่นต่อหน้าคนนับหมื่นที่เกาหลี เล่นที่ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และ สหรัฐอเมริกา เขากลายเป็นศิลปินที่ คามาค่า สนับสนุน ได้ร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินของอัลบั้มครบรอบ 100 ปี ของ คามาค่า อูคูเลเล่สำนักเก่าแก่ที่สุดของโลก ร่วมกับมืออูคูเลเล่ชั้นแนวหน้าของโลก ทุกวันนี้ไม่แปลกเลยที่จะเห็นคนต่างชาติที่นิยมอูคูเลเล่ เอาเพลงของเขามาคัพเวอร์ มาลงยูทูป หรือนำไปเล่นตามคอนเสิร์ตต่างๆ

ที่เมืองไทย มีไม่กี่คนจะทราบว่าอภิรักษ์นั้น เป็นศิลปินอูคูเลเล่ระดับสร้างความเปลี่ยนแปลงคนหนึ่งของโลก นอกจากวิธีการเล่นของเขามีเอกลักษณ์สูง นั่นคือใช้นิ้วเดียวเล่น แต่ฟังเหมือนมีคนเล่นพร้อมกันสองคน! หรือจะเป็นการนำเพลงแนวที่ไม่มีใครทำใหม่แล้วมาประดับวงการ ให้คนอูคูเลเล่ทั้งโลกได้ฟัง ได้หัดตาม ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเขาถึงมาถึงจุดนี้ได้ และถ้าใครอยากดูเขาเล่น ที่ไทยเขาก็มีเล่นประจำอยู่ ตามผับเก๋ๆ ในกรุงเทพร่วมกับมือกีตาร์ ในนาม Butter Fingers

ผมเคยคิดว่า ถ้า อภิรักษ์ เอาจริงและทำอูคูเลเล่ให้เป็นอาชีพหลัก ออกตระเวณเล่นต่างประเทศ ญี่ปุ่น ฮาวาย อเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย คงจะทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตสงบๆ กับครอบครัวที่เมืองไทย บริหารร้านนวดและบูติกของเขา ทำกราฟฟิคบ้างกรุบกริบ แล้วนานๆ ที ค่อยขอเมียไปแสดงต่างประเทศบ้าง ให้คนหายคิดถึง และกลายเป็นตำนานไปในที่สุด

และสำหรับใครที่ไม่รู้จัก นี่คือบุคคลมีค่าของไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศมาโดยตลอด แต่คนไทยไม่รู้จัก อภิรักษ์ ศิรินันทกุล เพื่อนผมเอง

เกร็ดอูคูเลเล่ 10 ข้อ

เกร็ดอูคูเลเล่ 10 ข้อ

เกร็ดสนุกๆ 10 ข้อเกี่ยวกับ อูคูเลเล่ ทีบางที ท่านที่เล่นอูคูเลเล่มาตั้งนาน ก็อาจไม่ทราบ หรือท่านที่ไม่เคยเล่น ก็จะได้ทราบเรื่องราวอูคูเลเล่ครอบจักรวาล จบในกระดาษหนึ่งแผ่นครับ
  • Asada Atornphatai
พาชมนิตยสารอูคูเลเล่ของญี่ปุ่น Ukulele Magazine ดูว่าของดีมีอะไร

พาชมนิตยสารอูคูเลเล่ของญี่ปุ่น Ukulele Magazine ดูว่าของดีมีอะไร

สวัสดีครับ หลังจากที่ได้เล่าเรื่องการเลือกซื้ออูคูเลเล่ไปเมื่อไม่นานมานี้ มีคนทักว่าที่ผมอ้างอิงเกี่ยวกับให้ไปดูในนิตยสาร Ukulele Magazine ว่าถ้าที่ญี่ปุ่นเขาใช้อะไร ก็แปลว่าผู้ผลิตนั้นมีมาตรฐานดีเยี่ยม ผ่านเกณฑ์อันพิถีพิถันของชาวอาทิตย์อุทัย ที่เลือกใช้แต่ของดีมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียง การเล่น สัมผัส หรือรูปลักษณ์ ซึ่งผมเองก็อิงตามนั้นมาโดยตลอด

แต่เจ้านิตยสารนี้ ไม่ได้มีขายในประเทศไทยสิครับ ถ้าอยากได้จริงๆ อาจจะลองสั่งจากร้านหนังสือญี่ปุ่นชั้นแนวหน้าในกทม.ได้ เขาจะออกเพียงปีละ 2 ฉบับเท่านั้น นั่นคือหน้าร้อน และหน้าหนาว ที่ออกแค่สองเล่มก็เพราะแม้จะมีคอมมิวนิตี้คนเล่นอูคูเลเล่ที่ญี่ปุ่นมากมาย แต่ก็ไม่ได้มากมายก่ายกองขนาดที่จะออกนิตยสารได้ทุกเดือน ซึ่งถ้าแบบรายเดือนจะเป็นวารสารแจกฟรีเล่มบางหน่อยชื่อ Rolling Coconut ที่สามารถไปหยิบฟรีได้ตามร้านดนตรี (ผู้เขียนเคยลงแล้วทั้งสองเล่ม ไม่ได้คุย แต่มันเกิดขึ้นจริง)

นิตยสาร Ukulele Magazine นี้ จะมีหน้าปกเป็นภาพวาดน่ารักๆ โดยศิลปินคนเดียวกันมาตั้งแต่เริ่มพิมพ์ ผมนั้นโชคดีมีทุกเล่มตั้งแต่เล่มแรก ตั้งใจสะสมให้ครบทุกเล่ม วางเรียงกันเอาสันออกแล้วดูมีค่ามาก เดี๋ยวพาชมส่วนต่างๆ ของนิตยสารนี้เสร็จ ผมจะเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผมกับนิตยสารญี่ปุ่นนี้ครับ


เริ่มด้วยการ์ตูนขำขันเกี่ยวกับอูคูเลเล่ ตอนนี้ประมาณว่าอากาศดี เลยชวนไปเล่นอูคูเลเล่ในสวนดีกว่า ไปถึงสวนอย่างชิล แต่ฝนดันตกลงมา เลยต้องวิ่งหลบ จบ

ต่อด้วยการร์ตูนน่ารักๆ สอนโน๊ตเพลงเบสิค และโครงสร้างของคอร์ด ซึ่งผมว่าดีงาม เพราะเขาตระหนักถึงทั้งมือใหม่ที่เปิดขึ้นมาดูเป็นครั้งแรก และมือเก่าที่คร่ำหวอดก็สามารถเอาไปใช้สอนต่อได้อีก อ่านเล่นก็เพลิน อย่างเราดูรูปก็พอเข้าใจ

จากนั้นก็เข้าสู่เรื่องซีเรียสอย่าง การวิเคราะห์อย่างมีหลักการโดย Ryo Natoyama บัณฑิตหนุ่มที่ใช้อูคูเลเล่จบปริญญาทางดนตรีจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่ถือเป็นสถาบันศึกษาที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ตอนนี้เป็นศิลปิน และมาเป็นนักเขียนประจำด้วย โดยเขาจะคุยเเจาะลึกรื่องเอฟเฟคและซาวด์ที่เกี่ยวข้องกับอูคูเลเล่

มีการแนะนำร้านขายอูคูเลเล่พร้อมสินค้าแนะนำ และโรงเรียนสอนอูคูเลเล่ทั่วประเทศ แบ่งตามภาคต่างๆ แม้ร้านที่ลงจะเป็นร้านเดิมๆ ทว่าในแต่ละเล่มจะแนะนำของไม่ซ้ำกัน เพราะเขาจะเลือกเอาของดี ณ ตอนนั้นมานำเสนอกัน 

หน้าประชาสัมพันธ์กิจกรรมอูคูเลเล่ต่างๆ และแนะนำอัลบั้มใหม่ๆ ของศิลปินอูคูเลเล่ ผมอยากให้มีแบบนี้ที่ไทยบ้างจริงๆ ก่อนอื่นเลยคืออยากให้มีสังคมอูคูเลเล่แข็งแรง ที่ไม่ใช่เฉพาะเด็กๆ แต่เป็นทุกวัย เพราะจริงๆ แล้วอูคูเลเล่นั้นเล่นได้ทุกวัย เป็นกิจกรรมยามว่างที่ใครก็เล่นได้ทุกวัน ทุกที่ สังสสกันสนุกจะตาย สักวันผมจะทำให้เมืองไทยมีแบบนี้ ถ้าผมไม่ตายซะก่อนนะครับ

คราวนี้มาที่ช่วงรีวิวครับ แต่ละเล่มเขาจะเชิญศิลปินอูคูเลเล่แต่ละท่าน มารีวิวอูคูเลเล่ที่ทางกองบรรณาธิการเลือกมาให้ ซึ่งส่วนนี้จะสามารถดูได้ด้วยว่าอูคูเลเล่แบบไหน ที่ชาวญี่ปุ่นเขาชอบ และเลือกมาแนะนำกัน แน่นอนอะไรที่เขาแนะนำคือดีงามแน่นอน เพราะนี่คือญี่ปุ่นนะครับ ไม่มีไก่กาอาราเร่

ผมจะเลือกหน้ารีวิวต่างๆ มาให้ชมนะครับ จริงๆ หลายเล่มรวมกันมีแนะนำมากมาย ก็ขอสุ่มเลือกมาครับ จะเห็นว่ามี aNueNue อยู่ด้วยนะครับ แต่เป็นรุ่นสูงๆ เสมอ เพราะที่ญี่ปุ่นมักจะเลือกตัวดีไปเล่นเลย ตัวเริ่มๆ ก็มีขายแต่ส่วนมากจะเป็นเด็กๆ ที่ใช้ พอดีอูคูเลเล่ผู้ใหญ่ญี่ปุ่นเล่นกันเป็นเรื่องปกติ เพราะมีความเข้าใจว่ามันไม่ใช้ของเล่น มันคือเครื่องดนตรีที่เล่นได้กว้างและลึก เด็กก็เล่นแบบหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็เล่นได้ลึกล้ำ อูคูเลเล่ที่นั่นจึงมีความเฟื่องฟูมาก

อูคูเลเล่แต่ละตัวที่รีวิว ส่วนมากจะเป็นตัวเทพๆ ราคาดุเดือด ทว่าชาวญี่ปุ่นเข้าใจและถือเป็นงานศิลปะ ซึ่งเมื่อผมได้สัมผัสอูคูเลเล่ดีๆ ของญี่ปุ่นแล้ว ผมก็เห็นด้วยว่ามันงดงาม ไร้ที่ติ ทั้งข้างนอกและข้างใน แถมเสียง สัมผัสดีมากๆ คนสร้างได้ใส่จิตใจของเขาลงไปเต็มที่ ผลิตสิ่งดีๆ ที่สุดออกมา

ผมไม่พล่ามแล้วครับ ให้ชมไปก่อน

เล่มล่าสุดมี Shima Ukulele ด้วยครับ เป็นอูคูเลเล่ที่ออกแบบโดยศิลปินอูคูเลเล่อันดับหนึ่งของโลก Jake Shimabukuro 

มาชมหน้าโฆษณากันบ้างครับ อย่างที่เล่าครับ ถ้าอยากมาดูว่าอูคูเลเล่แบรนด์ระดับโลกอันไหนดีจริงๆ ให้มาดูที่นิตยสารญี่ปุ่นนะครับ เขตปลอดไก่กาอาราเร่

เดี๋ยวผมลงให้ชมคร่าวๆ นะครับ บางแบรนด์ที่ดีๆ ที่ไม่ได้ลงก็มีนะครับ แต่ที่ลงนี่ดีแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยใดๆ ครับ บางทีแบรนด์อูคูเลเล่ท่านอาจไม่คุ้นเคย แต่ชื่อเหล่านี้เชื่อใจได้แน่นอนครับ

ชมสนุกๆ ครับ

หลังจากนี้จะลงอีกสักอันนะครับ แล้วไปเรื่องอื่นต่อดีกว่า

จบเรื่องโฆษณาเพื่อดูว่าแบรนด์ดีๆ มีอะไรบ้างกันแต่เพียงเท่านี้นะครับ จากนี้ขอทิ้งท้ายด้วยช่วงที่ผมโชคดีได้ไปอยู่ในนิตยสารนี้บ้างเมื่อครั้งที่จัดงาน Thailand Ukulele Festival ครั้งที่ 2 ซึ่งในปัจจุบันผมก็ยังจัดอยู่นะครับ และจะมีงานครั้งที่ 7 ขึ้นเร็วๆ นี้ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ วันที่ 29 พ.ย. - 2 ธ.ค. 2561 ครับ ห้ามพลาดนะครับ

บรรณาธิการนิตยสารเล่มนี้ได้ข่าวเรื่องงานไทยแลนด์อูคูเลเล่เฟสติวัล เลยเดินทางมาทำสกู๊ป ผมก็ดีใจที่มีส่วนทำให้ชื่อประเทศไทยไปอยู่บนสื่อญี่ปุ่น จากวันนั้นถึงวันนี้ผมมีความสัมพันธ์อันดีกับเขา และเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมาครับ โดยผมมีเขียนคอลั่มให้เขาด้วยครั้งหนึ่ง เมื่อตอนไปงานอูคูเลเล่เฟสติวัลที่โอกินาว่า

เราคือร้านของคนไทยร้านเดียวที่ได้ลงนิตยสารเล่มนี้ เพราะเราเป็นมากกว่าร้าน ที่มีร้านเพราะเรารักอูคูเลเล่ จึงต้องทำร้านเพื่อเผยแพร่อูคูเลเล่ให้ถูกต้อง นิตยสารญี่ปุ่นเขาเข้าใจเราจึงมาหา วันก่อนมีเด็กคนหนึ่งมาสั่งซื้ออูคูเลเล่ตัวเริ่มต้นมากๆ แต่บอกผมว่าไม่กล้าสั่งกลัวโดนหลอก ให้ผมถ่ายภาพหน้าร้านไปให้ดูว่ามีตัวตนจริง ผมไม่ได้ถ่าย แต่บอกเขาไปว่าเชื่อใจผมเถอะ เพราะถ้าที่ประเทศไทยเรื่องอูคูเลเล่ ก็ไม่น่ามีที่ไหนน่าเชื่อถือกว่าผมแล้ว ส่วนในใจก็คิดว่า แหมอยากให้น้องไปอ่านนิตยสารญี่ปุ่นจัง 555

ปิดท้ายด้วยภาพที่มีศิลปินชาวไทยอยู่ด้วยครับ มีลุลาและสิงโตนำโชค ที่ใช้ aNueNue ทางนิตยสารเลยนำไปลงพร้อมกับศิลปินคนอื่นๆที่ใช้เหมือนกันครับ 

ปิดที่พาชมโรงงานของ aNueNue ครับ

ผมหวังว่าการนำนิตยสารอูคูเลเล่ของญี่ปุ่นมากางดูกันครั้งนี้ จะเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ต่ออูคูเลเล่ให้กับท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ เบื้องต้นเลยคืออยากนำเสนอว่าอูคูเลเล่ดีๆ ที่เขาใช้นั้นมีอะไรบ้าง เวลาท่านหาอูคูเลเล่ให้ตัวท่านหรือลูกหลาน คนรัก จะได้ใช้ประกอบการตัดสินใจครับ แน่นอนว่าที่ไทยมักจะเลือกรุ่นเริ่มๆ ท่านก็เลือกรุ่นเริ่มๆ ของแบรนด์ที่ญี่ปุ่นเขานำเสนอได้ครับ รับรองว่ามีคุณภาพ บางครั้งผมก็ไม่รู้จะบอกอย่างไร เวลามีคนไม่รู้จักผู้ผลิตอูคูเลเล่เลยสักราย แล้วไม่เข้าใจว่าแบรนด์ที่ดีมีชื่อเสียง มันแตกต่างกับไก่กาอาราเร่ยังไง ผมก็ใช้นิตยสารนี้อ้างอิงครับ แต่ถ้าคนๆ นั้นฟังเป็น แค่มาเล่น มาสัมผัสเปรียบเทียบก็จะเข้าใจ 

ผิดพลาดประการใดขออภัยนะครับ ผมก็แค่อยากมาเล่าเรื่องเป็นอาหารสมองให้ท่าน ขอบคุณคร้าบบบบบบ

การเลือกซื้อ อูคูเลเล่ ให้ได้ดั่งใจ

การเลือกซื้อ อูคูเลเล่ ให้ได้ดั่งใจ

แนะนำการเลือกหาอูคูเลเล่ให้เหมาะกับความต้องการ พร้อมชี้ลู่ทางหาข้อมูลเพื่อเช็คว่าอูคูเลเล่แบรนด์ไหนมีคุณภาพ โดยผู้คร่ำหวอดในวงการอูคูเลเล่ที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย