Kumabee in Japan Part2 ลุยโอซาก้า วันที่ 2

Kumabee in Japan Part2 ลุยโอซาก้า วันที่ 2

วันที่ 2 เราตื่นเช้าไปตลาดปลา Kuromon เดินไปไม่ไกลจากที่พัก สำรวจเบื้องต้นพบว่ามีแต่นักท่องเที่ยว และราคาอาหารที่นี่ก็เป็นราคานักท่องเที่ยวเช่นกัน ผมเองที่มาญี่ปุ่นบ่อย ๆ เจอราคาก็ไม่อยากกิน เพราะรู้ว่าจริง ๆ เขาไม่ได้กินกันเท่านี้ แต่ไหน ๆ มาแล้ว เลยเลือกร้านที่จะโดนน้อยสุด

หน้าตลาด Kuromon ยามเช้า


สองข้างทางเต็มไปด้วยอาหารทะเลสด ๆ 


เทมปุระนานาชนิด เพื่อนญี่ปุ่นบอกว่าแอบแพงไปหน่อย 

ปรากฏว่า เลือกร้านข้าวหน้าปลาไหลราคา 900 เยน แต่พอเข้าไปจริงไอ้ที่ราคา 900 มันไซส์ไหว้สารพระภูมิ เลยยอมสั่งขนาดธรรมดาราคา 1,700 เยนไป คือจากสภาพร้าน ปริมาณ และเมนูนี้ ออกจะแพงไปสักนิด แต่คิดมากไปก็เสียเวลา เพราะกินแล้วก็อร่อยดีเหมือนกัน แน่นอนว่าในร้านมีแต่นักท่องเที่ยว


ลงเอยที่ร้านนี้ เพราะป้ายราคา 900 เยน


แต่มาจบที่ 1,700 เยน


ชามไม่ใหญ่นัก แต่เช้า ๆ แค่นี้ก็กำลังดีครับ รสชาติดีอยู่เหมือนกัน

เนื่องจากยังเช้าอยู่มาก เราเลยไปปราสาทโอซาก้ากันก่อน และนับว่าโชคดีได้ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ  ธีม Curious George  คนที่ชอบก็ตื่นเต้น ส่วนคนที่ไม่รู้จักหรือไม่สนก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร 


รถไฟ Curious George


บางคนตั้งตารอมาขึ้นขบวนนี้ แต่เราฟลุ๊คมา


ข้างในตกแต่งเป็นธีมเขาเลย ตั้งแต่พื้น เบาะ และอื่น ๆ แต่ไม่สามารถถ่ายมาได้ เพราะเกรงใจชาวญี่ปุ่น

ไม่นานก็มาถึงที่หมาย จากกสถานีต้องเดินเข้าไปปราสาทโอซาก้าไกลพอสมควร เพราะพื้นที่บริเวณปราสาทเขากว้างใหญ่ น่าจะเป็น 10 ปีแล้วที่ผมไม่ได้ย่างกรายมาแถวนี้ เพราะปกติพอมาก็เข้าหาอูคูเลเล่อย่างเดียว ชนิดมาเช้าเย็นกลับไทย ทริปนี้พิเศษไม่ได้บินเดี่ยว เลยขอออกท่องเที่ยวสไตล์ทัวริสต์สักหน่อย พอได้มาอีกทีก็เหมือนไม่เคยมา


ตะเข็บปราสาทโอซาก้า

พอจะเดินเข้าบริเวณปราสาท ก็เหลือบไปเห็นป้ายพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์ของ Kaiyodo เข้าให้ นี่คือผู้ผลิตฟิกเกอร์รายละเอียดสูงเก่าแก่ของญี่ปุ่น ผลิตทุกรูปแบบตั้งแต่แมลงยันเทพเจ้า เขาเพิ่งมาเปิดในอาคารบริเวณปราสาทนี้ งานนี้พลาดไม่ได้


เด็กโข่งสนใจสิ่งนี้กันมากกว่าปราสาท

มีผู้คนต่อคิวรอเข้าชมภายในปราสาทกันทะลักออกมาข้างนอก ป้ายบอกไว้ว่าคิวรอนานพอสมควร เลยตัดสินใจไม่เข้าไป เนื่องจากเคยเข้าไปแล้ว และข้างในก็เป็นสมัยใหม่ ไม่ใช่ของดั้งเดิม เนื่องจากปราสาทดั้งเดิมโดนระเบิดไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเดินชมบริเวณโดยรอบของปราสาท


ปราสาทโอซาก้า สง่า สวยงาม แต่คิวยาวจัด


เทียบขนาดคนกับปราสาท จะเห็นว่าหินก้อนหนึ่งอย่างใหญ่ การจะขนมาแต่ละก้อน แต่ละตระกูลรับผิดชอบกันขนมา บางก้อนเลยมีตราประจำตระกูลสลักไว้ด้วย แต่ก้อนใหม่ ๆ ที่มาตอนบูรณะก็ไม่มี


มีการฝังไทม์แคปซูลไว้เพื่อเปิดในอีก 4000 กว่าปี (จะเหลืออะไรไหม หรือจะมีคนเหลือมาเปิดไหมนี่?)

หลังจากชมปราสาทเสร็จ ก็ถึงเวลาชมฟิกเกอร์ ซึ่งเอาเข้าจริงจะใช้เวลาที่จุดนี้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ขอลงภาพไม่กี่ภาพ เพราะเดี๋ยวจะผิดประเภทนะครับ ทีเด็ดของคนอื่นคืออะไรไม่รู้ แต่ที่ผมถูกใจมากสุดคือ ฟิกเกอร์มนุษย์แกงกะหรี่ แต่ไม่เห็นมีขายที่ร้านของพิพิธภัณฑ์ เลยเดาว่าน่าจะแรร์ไอเท็ม (ทว่าดันมาเจอที่โตเกียว เลยสอยมา กล่องใหญ่เกินห้ามใจ แต่ก็หอบมาถึงไทยจนได้)


เขามีพิพิธภัณฑ์ฟิกเกอร์อยู่ในนี้


บรรดาฟฟิกเกอร์ไททั่น


อันนี้คือชอบสุด กะหรี่แมน









เมื่อจบจากปราสาทโอซาก้า ก็ได้เวลาทำภารกิจ เรามีนัดกับมาเฟียไม่ Koa (นี่คือชื่อที่เจ้าตัวบอกเอง) โดยจะไม่มีรถไฟสายไหนไปจ่อที่สถานที่เลย ต้องเดินไปเป็นกิโล ซึ่งไม่ใช่ปัญหา เพราะไปญี่ปุ่นเดินกันวันละ 25,000- 30,000 ก้าว เป็นเรื่องปกติสำหรับเรา


เดินเท้าไกล ไปหามาเฟียอูคูเลเล่

เรื่องราวหลังจากนี้ ไม่สามารถลงภาพได้แต่จะสรุปให้ฟังว่า เราได้ไปลองอูคูเลเล่ชั้นเลิศ (เลิศจนอูคูเลเล่ที่ร้านเรากลายเป็นตัวเริ่มไปเลย) จำนวนมาก ไม่ได้เจ๋งแค่เสียง แต่ไม้เขาลายโหดมากจริง ๆ บรรยากาศปกคลุมไปด้วยไม้ koa ลายพร้อยจำนวนมาก น่าจะเอามาทำอูคูเลเล่ไฮเอนด์ได้เป็น 100 ตัว เป็นอะไรที่น่าตะลึงมาก ๆ ซึ่งเบ็ดเสร็จเราได้อูคูเลเล่มาหนึ่งตัว และจะไม่มีใครได้เห็นมัน !


เดินหลาย ๆ กิโลเมตร โดยหอบอูคูเลเล่ไปด้วยหลายตัว เป็นเรื่องปกติของคนบ้าอูคูเลเล่

หลังจากนั้นเราไปเก็บอูคูเลเล่ที่เล็งไว้และผ่านเข้ารอบจนครบ และมุ่งหน้าไปพบเพื่อนของเรา น้า Masa เจ้าสำนักอูคูเลเล่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ชานเมืองโอซาก้า ซึ่งน้าเขาก็พาไปดินเนอร์ปิ้งย่างสไตล์จาไมก้า ที่สรุปง่าย ๆ คือปิ้งย่างที่มีน้ำจิ้มเป็นซอสมะเขือเทศ อร่อยไปอีกแบบ 


น้ามาสะ กับสติ๊กเกอร์ของเรา ที่น้าเขามีตั้งแต่รุ่นแรกเมื่อเกือบ 20  ก่อนเลย


สัมผัสอูคูเลเล่ตัวละ 500,000 บาท แล้วก็เอากลับเข้ากล่องไป



ดินเนอร์ปิ้งย่างสไตล์จาไมก้า (เขาว่างั้น)


มะเขือดอง ของดีของละแวกนั้น และกิมจิผสมเครื่องในปลาที่เจ้าของร้านภูมิใจเสนอ 



เราคุยกันไปกินกันไปยาวนานจนได้เวลา น้า Masa และลุง Toshi ก็พาเดินไปขึ้นรถไฟกลับโอซาก้า เป็นอันปิดจ๊อบโอซาก้า วันต่อมาจะขึ้นชินคันเซนไปลุยอูคูเลเล่ที่โตเกียวกันต่อ


 

 

Back to blog