Kumabee in Japan Part 5 เกือบไม่ได้กลับกัน!
Share
ในช่วงที่เรามาที่โตเกียว มีพายุโหมกระหน่ำเข้ามาหลายลูก ทำให้ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขึ้น ซึ่งนอกจากรองเท้าที่ใส่จะชุ่มน้ำจนเสียดายของ ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะวันรุ่งขึ้นเราจะเดินทางกลับไทยกันแต่เช้าตรู่
ตอนที่ไปซื้อตั๋วรถไฟ Sky Liner ไปสนามบินนาริตะ พบว่ารถไฟรอบท้าย ๆ ของวัน โดนยกเลิกรัว ๆ แบบไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาวิ่งเมื่อไหร่ เนื่องจากสาเหตุฝนตกหนัก ซึ่งก็ไม่ได้น่าเป็นห่วง เพราะของเรารอบแรกเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น 
เนื่องจากมาแล้วยังไม่มีราเมงตกถึงท้อง มื้อเย็นเลยมาทานราเมง ร้านง่าย ๆ ที่มนุษย์เงินเดือนเขาทานกัน ตามสไตล์ที่เราชอบ
คืนนี้เราตั้งใจจะกินมื้อเย็นสองมื้อ แต่เรียงลำดับสลับ เพราะตามสูตรต้องไปกินซุชิก่อน แล้วมาเติมความจุกด้วยราเมง เป็นการกินแบบที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นชอบทำ (ซึ่งถ้าจะเอาให้ครบต้องกินสักสามที่ แล้วจบที่คาราโอเกะ จากนั้นรถไฟหมด ก็นั่งกันจนเช้า)
ชายฉกรรจ์ชามเดียวไม่มีทางอิ่ม แต่เรามีแพลนลุยกินต่อ
อันนี้ของผมเอง หน้าปลาหมึกเทมปุระ
จริง ๆ คืนนั้น กะจะมาเที่ยวงานกลางแจ้ง มีซุ้มอาหาร และรำวงในช่วงเทศการโอบ้ง แต่ฝนเทลงมาจนไม่มีใครมาเดิน มีแต่บรรดาร้านที่แสดงสปิริทเปิดขายอยู่ดีกลางสายฝน ที่ดูเหมือนไม่หนัก แต่ตกทั้งวัน
ไม่มีคนมาเที่ยว ผู้จัดงานก็รำกันเองเลยอย่างสนุกสนาน
มื้อที่สองเป็นซุชิ คราวนี้ไปร้านที่ดีขึ้นมา เพื่อให้เปรียบเทียบความสดอร่อย
เครื่องดื่มมีฟองเย็น ๆ ต้องมาแล้วงานนี้
โดนัทค้นพบของโปรด มันปูสด ที่จริง ๆ มันไม่ใช่มันปู แต่เป็นบรรดาเครื่องในปู ได้กลิ่นปูกระจายทั่วปาก จนต้องสั่งมาอีก 2 ที่ 
ก่อนกลับไปพักผ่อน เข้าร้าน Donki เจอป้ายโฆษณา ที่น่าาจะปรึกษาการใช้คำกับสาขาที่ไทยก่อนสักหน่อย

และแล้วความจริงที่หนีไม่พ้นก็มาถึง เมื่อเราตื่นมาเช้าตรู่ตีห้า เพื่อเตรียมขึ้นรภไฟเที่ยวแรกไปสนามบินนาริตะ ก็พบว่ารถไฟมันวิ่งไม่ได้มาตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้มีคนตกค้างอยู่สนามบินถึง 7 พันคน จนเขาต้องแจกถุงนอนอาหารกัน คนมาเที่ยว คนกลับญี่ปุ่น คนทำงานก็กลับไม่ได้กันถ้วนหน้า และรถไฟของเราก็ไม่วิ่งเช่นกัน ครั้นจะไปแท็กซี่ เส้นทางที่ต้องไปน้ำก็ท่วมมิดหลังคารถ ซึ่งมันจะทำให้ตกเครื่องบิน และงานเข้าอย่างหนัก มีความวุ่นวายและว้าวุ่นอยู่พักใหญ่เลยสำหรับเช้านั้น
เราลองมั่วไปรอขึ้นรถไฟ ทั้ง ๆ ที่จอข้อมูลเที่ยวรถไฟดำสนิท เรียกว่าฟลุ๊คก็ได้ เพราะรถไฟมันดันออกซะงั้น คนบนรถก็น้อย เพราะมีข่าวลือว่าาไม่วิ่ง หรืออาจจะข่าวจริงก็ได้ แต่ใครฝืนมาก็ได้ไปแบบงง ๆ ทำให้เราไปถึงสนามบินนาริตะได้ทันเวลา และได้พบกับบรรดาผู้ประสบภัยจำนวนมาก แลดูคล้ายเกิดภัยพิบัติเลย
เราเลือกสายการบินเวียดนาม โดยมีจุดหมายที่คนปกติจะทำหรือไม่ไม่ทราบ แต่เราอยากลองทานเฝอที่เวียดนามดูสักครั้ง
แต่เราไม่ได้ออกนอกสนามบิน เพราะเป็นแค่การทรานสิท ส่วนราคาเฝอในสนามบินค่อนข้างแพงไปหน่อย แม้ขนาดจะเขื่องมาก ๆ รสชาติโดยรวมจืดไป ที่ไทยถูกลิ้นกกว่า และที่เคยทานในร้านเวียดนามที่อเเมริกาก็รสจัดจ้านกว่า อาจจะเป็นไปได้ว่าอาหารสนามบินไม่อร่อย รอบหน้าสงสัยต้องออกไปทานสักตั้ง

อย่างน้อยก็ได้มาทาน เฝอ ที่บ้านเกิดของมันล่ะครับ อร่อยไหมว่ากันตามลิ้นใครลิ้นมัน 
ห้องน้ำสนามบินโฮจิมินห์เขาเท่มาก ทำธุระไปดูวิวไปด้วยเลย
จากนั้นเราเดินทางกลับไทยโดยสวัสดิภาพ สรุปการเดินทางแบบต่อเครื่อง กินเวลามาก แต่ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่บางทีไม่มีบ้างก็ได้ครับ 555
พบกกันใหม่ทริปหน้า อาจจะไวกว่าที่คุณคิด เพราะตอนที่พิมพ์อยู่นี่ ก็เพิ่งกลับมาจากอีกทริปหลังทริปนี้ครับ!