Kumabee in Japan Part 1 ลุยโอซาก้า วันที่ 1
Share
หน้าร้อนนี้ทีม Kumabee ฝ่าฤดูกาลมรสุมไปญี่ปุ่นกัน โดยการไปครั้งนี้มีหลายเหตุผลด้วยกัน เหตุผลแรกคือสิ่งที่คุณน่าจะทราบอยู่แล้ว เราเป็นนักล่าอูคูเลเล่ ก็ต้องไปตามหาอูคูเลเล่กันตามระเบียบ แต่ครั้งนี้มีเพิ่มเติมการท่องเที่ยวเข้าไปด้วย เพราะนาน ๆ ที โดนัท จะเดินทางมาด้วย 
โดยการเดินทางครั้งนี้ พอบอกว่ามาเวียดนามแอร์ไลน์ หลายท่านจะทักเลยว่าประหยัดนี่หว่า ซึ่งจริง ๆ ก็ใช่ครับ แต่ที่จริงยิ่งกว่าคือ ทริปนี้มีความปรารถนาแฝงอยู่ โดนัทเป็นคนที่พิสมัยในเครื่องบิน ถึงขนาดขับเครื่องบินได้ เขาชอบนั่งเครื่องขึ้นลง และมองดูปีกเครื่องบินสั่นพึ่บพับ การขึ้นลงหลายครั้งคือความฟินขั้นเทพ ส่วนผมเองไม่เคยไปเวียดนาม แต่ภรรยาชอบทานเฝอ เลยอยากลองเฝอที่เวียดนามดูสักที นั่นทำให้เราตกลงเลือกสายการบินเวียดนาม จะได้หาโอกาสละเลียดเฝอที่แผ่นดินเกิดมันสักหน่อย เอาเข้าจริง Vietnam Airlines เขาเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิส 4 ดาวเลยทีเดียวนะครับ ไม่ใช่ไก่กาแต่อย่างไร

โดนัท นั่งริมหน้าต่างทุกกรณี ส่วนผมเองต้องการติดทางเดินเท่านั้น แบบนี้ไปด้วยกันได้สบาย
เรานั่ง A320 ลำเล็ก ไปต่อเครื่อง A350 ที่โฮจิมิน (แน่นอนว่ามีการเลือกสเป๊คเครื่องให้ขาไปและกลับคนละรุ่นกัน ตามสไตล์โอตาคุเครื่องบิน) พอดีตอนไปถึงโฮจิมินเป็นเวลาดึกแล้ว เลยไม่ได้ลองเฝอ กะจะไปลองตอนบินกกลับมาแทน 
ทางเดินจากโซนทรายสิทลงไปเกท
ร้านนวดปิด ไม่งั้นอาจมีลองนวดเวียดนามกัน
ร้าน duty free มั๊งครับ
สินค้าที่ระลึกเวียดนาม มีให้เลือกกตลอดทาง ซ้ำไปซ้ำมา
โซนรอขึ้นเครื่อง
ท่าอากาศยานโฮจิมิน จะออกเก่า ๆ หน่อย ร้านขายของมีเป็นซุ้ม ๆ สลับกับร้านจริงจัง ความรู้สึกเวลาเดินดูของจะอึดอัดนิดหน่อย เพราะพนักงานขายจะถือตะกร้าเดินตามตลอด เลยตัดสินใจเดินไปนั่งรอขึ้นเครื่องแทน ส่วนบริการบนเครื่องเป็นไปได้ดี คนเขาจะบริการดีแบบแข็ง ๆ หน่อย ไม่ยิ้มแย้มเอาใจเวอร์แบบคนไทย

หน้าสถานี KIX
บินไม่ทันจะได้หลับดี ก็ถึงสนามบินคันไซ โอซาก้า ตั้งแต่เช้าตรู่ ฟไลท์แบบนี้สมัยหนุ่ม ๆ ผมชอบมาก เพราะถึงแล้วลุยได้เลย แต่ตอนนี้รู้สึกปรารถนาการมาถึงตอนเย็น ๆ ทานดินเนอร์แล้วหลับเลยมากกว่า ซึ่งปกติผมจะมาแบบนั้น ทว่าเวียดนามแอร์ไลน์เขาไม่มี 
บรรยากาศในห้องอาบน้ำ โซนแห้ง ส่วนโวนเปียกจะเป็นห้อง shower
เพื่อกระตุ้นร่างกายให้ตื่นและสดใส เราเลยไปอาบน้ำกันก่อนที่สนามบิน ก่อนจะออกลุยกัน ตกคนละราว 300 บาท ซึ่งก็ช่วยได้มากในแง่การกระตุกให้ตื่น แต่ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายหายเหนียวได้ เพราะญี่ปุ่นหน้าร้อนเดินแป๊บเดียวก็ตัวเปียกโชคเหงื่อแล้ว

รถด่วน Rapi:t หน้าตาคล้ายหุ่นยนต์
บรรยากาศในขบวนรถชั้นปกติ จะมีชั้นหรูด้วย แต่ผมว่านี่ก็ดูดีแล้ว
เราเข้าเมื่อกันด้วยรถไฟ Rapi:t แป๊บเดียวก็ถึง Namba เราตรงไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม แล้วเดินเล่นกันไปก่อน เพราะเวลายังเช้า ไม่มีร้านอะไรเปิด เพื่อเป็นศิริมงคลต่อทริป ให้พบเจออูคูเลเล่เด็ด ๆ เราไปขอพรกันที่ศาลเจ้า Yasaka ที่มีหัวสิงห์ขนาดใหญ่ อ้าปากเป็นแลนด์มาร์คอยู่ 
ศาลเจ้า Yasaka


จากนั้นออกเดินทางไปย่าน Umeda มีจุดหมายเป็นอูคูเลเล่ที่อยู่ในลายแทง แต่ก่อนอื่นขอเติมพลังกันที่ Izakaya ตั้งแต่หัววัน เขามีเซ็ทอาหารกลางวันค่อนข้างน่ากิน และไม่มีชาร์จเลยจัดก่อนสักมื้อ เอร็ดอร่อยกันไป แต่กว่าจะเดินไปถึงจุดหมาย ก็ละลายทรัพย์กันไปตามทางกันทั้งคู่
Izakaya แบบไม่มีแอลกอฮอล์
200 กว่าบาท
เซ็ทนี่ก็ 200 กว่าบาท
เมื่อมาถึงจุดหมาย เราตรงไปลองอูคูเลเล่ที่ตั้งใจมาเอา อินเลย์อย่างสวย หน้าตาอย่างดี แบรนด์โคตรเทพ แต่ปรากฏว่าไม่ได้เรื่องเลย จึงไม่สามารถนำมาได้ นับเป็นการพลาดตั้งแต่แรก แต่ไม่เป็นไรเพราะเรากะมาลองอูคูเลเล่เป็น 100 ตัวอยู่แล้ว เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ Kumabee
เจอโปสเตอรืคอนเสิร์ต Kyas
หลังตระเวณไปตามที่ต่าง ๆ วันแรกทั้งวันไม่ได้อะไรกลับมาเลย อย่างไรก็ตามมีเล็งไว้แล้ว แต่ต้องรอลองให้ครบก่อนค่อยตัดสินใจ ระหว่างลีลา รีรอ มีพลาดไป 1 ตัวต่อหน้าต่อตา ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผมชอบเตือนทุกคน เพราะผมเองก็โดนบ่อย ๆ บางทีเจออูคูเลเล่ที่ชอบ หากมันมีตัวเดียว ถ้าไม่เอาทันที บางทีมีคนเอาแทนครับ
วิวสวยจนต้องหลับตาพริ้ม
วิวโอซาก้าจากชั้น 39
ถึงเวลาเย็น ๆ เรากลับไปเช็คอิน แล้วขึ้นชั้นดาดฟ้าไปชมวิวโอซาก้ากันสักรอบ ก่อนจะออกไปเดินย่าน Dontonbori ซึ่งช่วงเวลาที่เราไป เป้นช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น ในเทศกาล Obon พอดี คนจึงเยอะกว่าปกติมากแม้จะเป็นวันจันทร์ก็ตาม มีทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ พากันมาเดิน มาถ่ายภาพกัน โดยพระเอกของจุดนี้คือป้าย กูลิโกะ อันโด่งดัง
คนจำนวนมหาศาลที่ Dotonbori
ป้ายกูลิโกะ มุมมหาชน
สรุป เวียดนามแอร์ไลน์ โอเค แต่มาญี่ปุ่นแบบต่อเครื่อง ทำให้จากกที่จะใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง กลายเป็น 9 ชั่วโมง ส่วนสนามบินโฮจิมิน เก่านิดและไม่มีอะไรน่าสนใจนัก
การมาโอซาก้าวันแรก ได้สำรวจเบื้องต้น พบทั้งอูคูเลเล่ที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่ยังไม่ฟันธง เพราะยังดูไม่หมด พรุ่งนี้จะชี้ชะตาว่าตัวไหนได้มาไทย
จบวันแรกของการเดินทางของเราชาว Kumabee โปรดติดตามตอนต่อไปครับ