Kumaabee in Japan Part 4 ลุย Kamakura เลียบทะเล Shonan

Kumaabee in Japan Part 4 ลุย Kamakura เลียบทะเล Shonan

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันก่อนออกเดินทาง เช้านี้เราไปทานร้านประจำ ซึ่งก็เป็นร้านข้าวหน้าหมูทอดธรรมดา ๆ ตรงสถานี แต่มันอร่อยมาก ๆ  และเขาเปิดเพลงแจ๊สคลอไปด้วย เวลาทานนอกจากอร่อยลิ้นแล้ว ยังรื่นหูอีกด้วย


กดซื้อที่จอ แล้วเอาบัตรไปแลกอาหารได้เลย


เมนูค่อนข้างละเอียด เลยถ่ายมาไว้ดูรอบหน้า เพราะจะได้กดไวหน่อยย มีคนต่อแถวรอเยอะ


หน้าตาประมาณนี้ครับ อร่อยเหาะสไตล์ salaryman 

วันนี้เรานั่งรถไฟหลายต่อสู่ริมทะเล Shonan เพื่อไปรับอูคูเลเล่ตัวหนึ่ง แต่ระหว่างทางแวะท่องเที่ยวและทานของอร่อยไปด้วย โดยมีโจทย์ว่าต้องทำให้เสร็จทั้งหมดก่อนบ่าย 2 เพราะหลังจากนั้นเขาบอกฝนจะตกห่าใหญ่

เรามุ่งหน้าไปยังสถานี Kita-Kamakura จากจุดนี้ สามารถเดินไปชมวัดวาอารามได้หลายแห่ง หรือจะเดินซึมซับบรรยากาศไป Kamakura เลยก็ได้ อย่างไรก็ตามฝนได้เริ่มโปรยลงมาเป็นละอองๆ เรียบร้อยแล้ว

จากเวลาที่มี วัด Engakuji ที่อยู่ตรงสถานีเลย เป็นตัวเลือกที่เข้าท่าสุด เพราะวัดนิกายเซนที่มีขนาดใหญ่ เก่าแก่ ร่มรื่น และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง คู่ควรการมาทัศนศึกษามาก


เมื่อเดินเข้าประตูนี้ไป มีจุดขายบัตรเข้าชมอยู่ด้านหน้า ซึ่งหากไม่ซื้อก็เหมือนไม่มีใครตรวจ แต่เราซื้อบัตรตามระเบียบ แล้วเดินลุยกันต่อ


หน้าตาบัตรมีภาพวัดกับต้นไม้ ซึ่งเราเองก็กะมาชมสองสิ่งนี้แหละ


วัดนี้มีชื่อยาว ๆ ว่า Zuirokusan Engakuji Kosho Zenji สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1282 ตั้งแต่ยุค Kamakura เลย

แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งใน 22 UNESCO's World Heritage Sites ใน Kamakura และได้รับการยกให้เป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่นด้วย 

ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ ๆ มากมาย ซึ่งพวกเราแค่ได้มาชม มารับพลังจากต้นไม้ ก็เพลิดเพลินแล้ว ตามประสาคนบ้าไม้ (แต่ไม่ตัดนะครับ)


เลยมีภาพต้นไม่เยอะหน่อยครับ


อันนี้ถ้าเข้าไปยืน คนจะเหลือตัวนิดเดียว เสียดายไม่ได้ถ่ายไว้


มาดูวัด แต่สนใจต้นไม้


ลูกสนก็สวยงาม


มาดูงานศิลปะกันบ้าง เท่าที่ทราบมาที่นี่ไฟไหม้ไปหลายรอบ ก็ไม่แน่ใจว่างานแกะสลักนี้เก่าแค่ไหน แต่อายุของวัดเป็นพันกว่าปี ไหม้ไปหลายที สร้างใหม่ไปหลายหน ก็น่าจะยังเก่าอยู่ดี


นายโดนัท เดินท่าทางมีพิรุทอยู่บริเวณวัด


ทางเดินรายล้อมไปด้วยรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ที่บางอันเก่าจนแทบไม่เหลือรายละะเอียดอะไรแล้ว 

มีเงินเยนซ้อนอยู่บนรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม รู้สึกว่าโดนัทก็เอาไปซ้อนกับเขาด้วยเช่นกัน


อาคารเดียวที่เปิดให้เดินเข้าไปกราบพระได้ ณ ตอนที่ไป มีภาพวาดมังกรขาวอยู่บนเพดาน


นอกอาคาร


ส่วนนี้จะเปิดให้เข้าชมแค่ช่วงเดียวของปี เป็นที่ประดิษฐาณรูปสลักไม้สมบัติของชาติ 

เราเดินสำรวจวัดอยู่นาน เก็บภาพมาเยอะ แต่ส่วนมากไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้ทำการบ้าน เลยเลือกมาให้ชมพอเป็นสังเขปนะครับ รอบนี้ไปแบบไม่ได้แพลน เพราะใจไปอยู่ที่อูคูเลเล่หมด เลยข้อมูลไม่แน่นนัก ขออภัยครับ เอาเป็นว่าไปต่อเลยดีกว่า


จากจุดนี้ เรามาที่สถานี Kamakura เปลี่ยนมานั่งรถไฟ Edonen แทน โดยจะวิ่งเลียบชายทะเล Shonan ไปเรื่อยๆ


จุดหมายคือสถานีติดทะเล Shichirigahama 


หาดทรายเขาจะเป็นสีดำ ๆ จากเถ้าภูเขาไฟ


ถ้าเรื่องชายหาด ที่ไทยกินขาดนะครับ ไปมาหลายหาดแล้วที่ญี่ปุ่น ทรายจะดำ ๆ หน่อย หรือบางแห่งก็ไม่มีหาด ถ้าจะสวย ๆ ต้องไปโอกินาว่า อันนั้นสุดจริง

หลังจากชมบรรยากาศริมทะเลพอเป็นสังเขปแล้ว ก็ได้เวลาปฏิบัติการ จากจุดนี้ เราจะเดินขึ้นเขาไป ราวหนึ่งกิโลเมตรกว่า ๆ ซึ่งถ้าเดินทางเรียบก็น่าจะชิล ๆ แต่เดินขึ้นเนินนี่เหนื่อยพอดูครับ


บ้านเรือนแถวนี้จะอยู่บนเขา และสถานที่ที่เราจะไปก็อยู่บนเขาเช่นกัน


หากสังเกตุดี ๆ ที่สุดขอบฟ้าคือทะเล ที่ ๆ เราเริ่มเดิน ในภาพคือเดินขึ้นเขามามากแล้ว เลยหันหลังกลับไป ถ่ายไว้ดูสภาพตอนเหนื่อยจัดแทบขาดใจ แต่มาดูตอนนี้ก็ดูไม่ออกนะครับ

จากนั้นเราก็ไปถึงสถานที่รับอูคูเลเล่ เขาต้อนรับอย่างดี แถมยังถามถึง อภิรักษ์ ศิลปินอูคูเลเล่ชาวไทย ที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นมากกว่าที่ไทยอีกด้วย เนื่องจากไม่ได้ขอเขาไว้ จึงไม่ได้นำภาพช่วงที่สำคัญที่สุดและเพลิดเพลินที่สุดของการเดินทางวันนี้มาลงนะครับ แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะมีแน่ ๆ ในหนังสือที่อยากจะเขียนครับ

เมื่อสำเร็จภาระกิจ ได้อูคูเลเล่มาแล้ว ก็ได้เวลาเติมพลัง เราขึ้นรถไฟไปยัง Enoshima โดยกะจะไปเกดินเล่นบนเกาะกัน และกินข้าวหน้าปลาดิบด้วย แต่พอถึงที่หมายฝนก็เทลงมาอย่างบ้าคลั่ง เลยตัดสินใจกินแล้วกลับดีกว่า เพราะไปเดินไม่สนุกแล้ว



เรามาทานข้าวหน้าปลาดิบกันที่ร้านนี้ ผิดแผนไปหน่อย แต่อร่อยอยู่ดี


อันนี้ของผม (ด่อง) 


หลักฐานการเป็นเจ้าของ และความโทรมจากการตากฝน

ของโดนัท มีปลา Shirashi ที่เป็นของดีท้องถิ่นของที่นี่


หลักฐานการรับประทาน

เพื่อความถึง เลยสั่งหอยตัวยักษ์มาด้วย คนละตัว ขออภัยไม่ทราบชื่อนะครับ


หอยยักษ์แค่ไหนโปรดชม รถชาดมีขม ๆ หน่อย ๆ เสียดายไม่มีน้ำจิ้มซีฟู๊ด

จากนั้นเราเดินทางกลับที่พักไปลุ้นว่า อูคูเลเล่ที่ส่งมาจากโอซาก้ามาถึงไหม ซึ่งนับว่าโชคดีที่มันมาถึงเรียบร้อยดี แต่ดันมีอุปสรรคถัดไปที่โหดกว่าเดิมรออยู่ หากอยากทราบว่าคืออะไร และรอดมาได้ไหม โปรดติดตามตอนต่อไป

Back to blog